วันศุกร์, 1 มีนาคม 2567

เห็ดห้า (เห็ดตับเต่า) สรรพคุณดี เพาะขายราคางาม

เห็ดห้า (เห็ดตับเต่า) สรรพคุณดี เพาะขายราคางาม

เห้ดห้า หรือเห็ดตับเต่า จัดเป็นเห็ดขนาดใหญ่ที่พบได้ในทุกภาค และนิยมนำมารับประทาน เนื่องจาก ดอกเห็ดมีขนาดใหญ่ เนื้อเห็ดมีความนุ่ม และลื่น ใช้ทำอาหารได้ทั้งดอกเห็ดอ่อน และดอกเห็ดแก่ เพราะถึงแม้ดอกเห็ดจะแก่ แต่ยังให้เนื้อเห็ดที่นุ่มลื่นเหมือนดอกเห็ดอ่อน นำมาทำได้หลากหลายเมนู ทั้งภาคเหนือและภาคอื่นๆ

เห้ดห้า หรือเห็ดตับเต่า จัดเป็นเห็ดขนาดใหญ่ที่พบได้ในทุกภาค และนิยมนำมารับประทาน เนื่องจาก ดอกเห็ดมีขนาดใหญ่ เนื้อเห็ดมีความนุ่ม และลื่น
เห็ดห้า (เห็ดตับเต่า)

เห็ดตับเต่า ในเมืองไทยมี 2 ชนิด คือ เห็ดตับเต่าดำ และเห็ดตับเต่าขาว ซึ่งทั้ง 2 ชนิด จัดเป็นเชื้อราเอ็คโตไมคอร์ไรซา (ectomycorrhiza) ซึ่งจะเจริญอยู่ร่วมกับรากต้นไม้ยืนต้นแบบพึ่งพาอาศัยกัน

ห็ดตับเต่าดำ เห็ดตับเต่าดำ เป็นเห็ดขนาดใหญ่ที่นิยมรับประทานมากในทุกภาค ซึ่งมักพบตามป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ สวนป่า สวนยางพารา สวนผลไม้ หรือตามหัวไร่ปลายนาใต้ต้นไม้ โดยมักจะออกตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝนจนถึงปลายฤดูฝน

เห็ดตับเต่าดำ

และเห็ดตับเต่าขาว เห็ดตับเต่าขาว เป็นเห็ดขนาดใหญ่คล้ายกับเห็ดตับเต่าดำ ซึ่งที่นิยมรับประทานมากในทุกภาคเช่นกัน แต่แหล่งที่พบส่วนมากจะตามป่าโปร่ง ป่าละเมาะหรือทุ่งหญ้าที่มีซากใบไม้ทับถมกันหนา ซึ่งต่างกับเห็ดตับเต่าดำที่พบได้ตามใต้ต้นไม้ในทุกที่ รวมทั้งสวนป่าหรือตามบ้านเรือน แต่จะออกดอกให้เห็นในช่วงเดียวกันคือออกตั้งแต่หลังช่วงต้นฤดูฝนจนถึงปลายฤดูฝน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phaeogyroporus portentosus
• ชื่อสามัญ : King bolete mushroom (Black)
• ชื่อท้องถิ่น :
ภาคกลาง และทั่วไป
– เห็ดตับเต่าดำ
ภาคเหนือ
– เห็ดห้า
ภาคอีสาน
– เห็ดผึ้ง
– เห็ดเผิ่ง (เพี้ยนจากคำว่า ผึ้ง)

สรรพคุณเห็ดตับเต่า
– บำรุงร่างกาย
– แก้หวัด
– บรรเทาอาการปวดข้อ

ประโยชน์เห็ดตับเต่า

1. ใช้ประกอบอาหารรับประทาน
เห็ดตับเต่าทั้งดอกอ่อน และดอกแก่ เมื่อนำมาประกอบอาหารด้วยการต้มหรือแกงจะมีเนื้อนุ่ม และมีเมือกลื่น ทำให้เป็นที่นิยมรับประทานมาก ทั้งนี้ ดอกเห็ดอ่อนหรือดอกเห็ดขนาดเล็กจะมีเนื้อค่อนข้างแข็ง และเหนียวกว่าดอกเห็ดขนาดกลาง และใหญ่ ส่วนเมนูที่นิยมทำ ได้แก่ แกงเห็ดตับเต่า แกงอ่อมใส่เห็ดตับเต่า ซุปเห็ดตับเต่า และยำเห็ดตับเต่า เป็นต้น
2. ใช้เป็นสีย้อม
ดอกเห็ดตับเต่าดำ เมื่อต้มน้ำแล้วจะได้น้ำสีดำ ซึ่งสามารถใช้ย้อมผ้าให้เป็นสีดำได้ แต่ประโยชน์ในด้านนี้ ไม่เป็นที่ทำกัน เพราะเห็ดมีราคาแพง และให้ประโยชน์ในด้านอาหารมากกว่า แต่เห็ดชนิดอื่นที่เกิดจากเชื้อเดียวกันที่ให้ดอกเห็ดสีสดใส อาทิ สีเหลือง สีแดง สีชมพู ก็อาจนำมาย้อมผ้าบ้างในบางประเทศ
3. เพิ่มการเติบโตของพืช
เชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาหรือเชื้อเห็ดตับเต่าช่วยเพิ่มการเติบโตของต้นพืช เนื่องจาก รากที่มีเชื้อเกาะจะมีการขยายใหญ่ขึ้น และเส้นใยของราเองยังทำหน้าที่เป็นรากฝอยที่คอยดูดน้ำหรือสารอาหารมาเก็บสะสมไว้ในเส้นใยที่รวมอยู่กับรากพืช
4. ป้องกันเชื้อราที่เป็นโรคพืช
เชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาหรือเชื้อเห็ดตับเต่าทำหน้าที่ช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราชนิดอื่นที่อาจทำความเสียหายแก่รากพืชได้ เพราะเชื้อราเห็ดตับเต่าจะเติบโตล้อมรอบรากไว้ไม่ให้เชื้อราอื่นเติบโตในบริเวณโดยรอบได้
5. ช่วยให้ต้นไม้ทนต่อความเป็นพิษของดิน
เนื่องจากเชื้อเห็ดตับเต่าที่อยู่ล้อมรอบบริเวณรากจะหุ้มรากไว้ และช่วยในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในดินโดยรอบ และช่วยปรับปรุงคุณภาพดินที่เป็นพิษโดยรอบราก ทำให้สภาพดินเอื้อต่อการเติบโต และขยายตัวของรากได้ถึง
6. เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพสิ่งแวดล้อม
เชื้อเห็ดตับเต่า หากพบเกิดบริเวณใด ถือว่าเป็นสิ่งชี้บ่งถึงสภาพแวดล้อมที่สะอาด โดยเฉพาะคุณภาพ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน

การเพาะเห็ดตับเต่า

1. การใช้เชื้อเปียก/เชื้อจากดอกเห็ด
วิธีนี้ เป็นวิธีที่นิยม และง่ายที่สุด ด้วยการนำดอกเห็ดตับเต่าที่แก่แล้วมาขยำผสมกับดินเหนียวหรือน้ำ หลังจากนั้น นำรากกล้าไม้หรือก้อนกล้าไม้มาคลุกกับดินที่ผสมแล้วหรือนำกล้าไม้มาจุ่มในน้ำที่ผสมเชื้อแล้ว นำไปปลูกลงดิน หากใช้น้ำให้ใช้ดอกเห็ด 1 ดอก กับน้ำ 20 ลิตร หากใช้ดิน ให้ใช้ดอกเห็ด 1 ดอก กับดินประมาณ 20 กิโลกรัม ด้วยการนำเห็ดมาคลุกผสมน้ำก่อน 2-5 ลิตร ก่อนฉีดพรมผสมกับดิน

สำหรับการใช้กับต้นไม้ใหญ่เพื่อเพาะให้เกิดดอกเห็ด ให้เลือกไม้ยืนต้นที่มีร่มเงาแล้ว และพื้นที่ควรเป็นดินเหนียว โดยหลังจากที่เตรียมเชื้อในน้ำหรือคลุกกับดินแล้ว ให้ขุดถากหน้าดินบริเวณรอบโคนต้นไม้ให้เห็นถึงรากไม้ ก่อนจะใช้น้ำผสมเชื้อเทราดรอบโคนต้น ส่วนการใช้ดินผสมให้หว่านดินที่ผสมเชื้อรอบๆโคนต้น ก่อนจะเกลี่ยดินกลบรากไว้ตามเดิม

นอกจากการใส่เชื้อเห็ดตามรากไม้ยืนต้นแล้ว ยังสามารถเพาะโดยใช้แนวทางอื่นๆได้เช่นกัน ได้แก่
การราดเชื้อในสวนพืชผัก อาทิ ใช้ดอกเห็ดมาขยำในน้ำ ก่อนนำรดในแปลงโสน หรือ ปอเทือง เป็นต้น ซึ่งหลังการราดเชื้อแล้ว ควรรดน้ำเป็นประจำ วันละ 1 ครั้ง

2. การใช้เชื้อจากดิน
วิธีนี้ ไม่ค่อยนิยมนัก เพราะมีโอกาสเกิดเชื้อเห็ดน้อย เพราะดินที่นำมาใช้อาจไม่มีเชื้อเหลืออยู่หรือเหลือน้อยมากจนมีเชื้ออื่นเติบโตแทน

วิธีนี้ทำได้ด้วยการนำดินบริเวณที่เคยมีเห็ดตับเต่าเติบโตมาหมักผสมกับขี้เลื่อยประมาณ 1 เดือน ก่อนจะนำไปคลุกกับดินบริเวณรากไม้ยืนต้นหรือหว่านโรยในแปลงพืชล้มลุก ก่อนการปลูก

เห็ดห้าหรือเห็ดตับเต่าซึ่งราคาตอนนี้ก็จะประมาณ กิโลกรัม 300 – 400 บาท ตามฤดูกาล และพื้นที่

เห็ดห้า (เห็ดตับเต่า)

วิธีทำแกงเห็ดห้า

ส่วนผสม
1.เห็ดตับเต่า200กรัม
2.เนื้อหมูบด50กรัม
3.มะเม่า5ยอด
ที่มา https://lannainfo.library.cmu.ac.th/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=44
เครื่องแกง
1.พริกแห้ง3เม็ด
2.พริกขี้หนูแห้ง5เม็ด
3.หอมแดง5หัว
4.กระเทียม10กลีบ
5.กะปิหยาบ1/2ช้อนโต๊ะ
6.เกลือ1ช้อนชา
ที่มา https://lannainfo.library.cmu.ac.th/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=44

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ต้มน้ำ พอเดือด ละลายเครื่องแกงในน้ำเดือด
3. ใส่เนื้อหมูบด
4. พอหมูสุก ใส่เห็ดตับเต่า คนให้เข้ากัน รอจนเห็ดสุก
5. ใส่ยอดมะเม่า คนให้เข้ากัน ปิดไฟ

อ้างอิง https://puechkaset.com/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2/

ให้คะแนนเนื้อหานี้
[Total: 1 Average: 5]