วันพฤหัสบดี, 23 พฤษภาคม 2567

เด็กหญิงเชียงราย วัย 12 ปี อาศัยอยู่บ้านท้ายสวนกับพ่อ 2 คน ครูไปพบถึงกับน้ำตาไหล

เชียงราย-ดญ.วัย 12 ปี อาศัยอยู่บ้านท้ายสวนกับพ่อ 2 คน ที่ใกล้ผุพัง ครูไปพบถึงกับน้ำตาไหล

จากรณีที่มีเด็กหญิงวัย 12 เด็กนักเรียน ถูกเพื่อนล้อคอดำ สวมเสื้อผ้านักเรียนสกปรกอยู่ตลอดเวลา เมื่อมาโรงเรียน คุณครูพยายามแก้ไข ช่วยซื้ออุปกรณ์อาบน้ำให้ แต่ก็ยังเหมือนเดิม จึงแปลกใจขอเยี่ยมบ้าน จนกระทั้งเห็นบ้านเด็กถึงกับหลั่งน้ำตาปล่อยโฮ สลดใจกับความเป็นอยู่ของเด็กหญิงนักเรียนวัย 12 ปี  กระทั่งได้โพสต์โซเชียลขอความช่วยเหลือเด็ก

วันที่ 16 ส.ค.2566 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนบ้านสบคำ ม.5 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พบกับครูกานดา สิทธิแก้ว (ครูเจี๊ยบ) สอนระดับ ป.6 พร้อม ดญ.พิราวัลย์ แซ่จัง (พิม) พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านน้องพิม บ้านป่าสักหางเวียง ม.9 ต.เชียงแสน ซึ่งก่อนเข้าไปที่บ้านน้องพิม อาศัยอยู่ ต้องผ่านไร่ข้าวโพด ที่มีทางเปลี่ยว เป็นบ้านสวน ที่ขออาศัยตาคนหนึ่งอยู่ ท้ายสวน

ซึ่งสภาพบ้าน เป็นบ้านไม้ไผ่ขัดเตะที่ผุพัง เป็นรูทั่วบ้าน สภาพพื้นบ้านเป็นไม้ไผ่ผุพัง หากเหยียบแรง อาจหักได้ ตกไปอยู่ใต้ถุนได้ บ้านมีหลอดไฟ 1 ดวง ในห้องนอนไม่มี เวลาเขียนการบ้าน ต้องใช้ไฟฉายส่งเขียนหนังสือ ที่นอนสภาพเก่า ผ้าห่มเก่า หมอนใบเก่า ซึ่งกลางคืนเดินก็ต้องระวัง ต้องคอยดูฝาพื้นที่ใกล้จะหัก

ครูเจี๊ยบ ครูประจำชั้นน้องพิม เล่าว่า น้องพิมมาโรงเรียน มีเนื้อตัวเสื้อผ้าจะสกปรกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคอดำ เสื้อดำ มาโรงเรียนมักถูกเพื่อนล้อ จึงทำให้ครูเจี๊ยบอยากไปดูที่บ้าน แต่น้องมักไม่พาไป แต่พาไปบ้านปู่แทน ตาดว่าอายบ้านพักอาศัยของตนเอง กระทั่งครูพยายามเกลี้ยกล่อม จนน้องพิมยอมพาไปบ้าน เมื่อไปเห็นบ้าน ครูเจี๊ยบถึงกับน้ำตาไหล ไม่เคยรู้ว่าลูกศิษย์มีความเป็นอยู่ลำบาก จึงได้โพสต์ขอความช่วยเหลือ เพื่อช่วยเหลือน้องพิม  ซึ่งนิสัยน้องพิม เวลาอยู่โรงเรียน จะอายเพื่อนจะเล่นกับเพื่อนผู้หญิงที่มีฐานะใกล้เคียงกัน จะไม่ยอมคุยกับใครพูดน้อย อาจจะเกิดจากปมด้อย

ด้านนายสมศักดิ์ รักไทย (พ่อน้องพิม) เผยว่า ตนเองเคยมีภรรยา (แม่น้องพิม)เป็นคนไทย ได้เลิกรากันไป 6 ปี ส่วนตัวนายสมศักดิ์(พ่อ)เป็นแรงงานต่างด้าว หลังเลิกราไป ด้วยตนเองมีอาชีพรับจ้างรายได้น้อย จึงได้หาที่อยู่ใหม่ ที่ไม่มีค่าเช่า จึงได้มาขอบ้านตาคนหนึ่ง ที่อยู่ท้ายสวนอาศัยอยู่ เพื่อเป็นการประหยัด เพราะรายได้ทุกวันก็พอกินพอใช้ บางที่ก็อดมื้อ กินมื้อเพื่อให้ลูกได้กินก่อน ทุกวันให้เงินลูกไปโรงเรียนวันละ 10 บาท เช้าซื้อกับข้าวให้ลูก 20 บาท ไปส่งโรงเรียน หลังเลิกเรียนต้องให้ปู่น้องพิมมารับที่โรงเรียน ซึ่งบ้านปู่ห่างจากโรงเรียนไปราว 8 กม. หลังเลิกงานนายสมศักดิ์ ก็จะขับจักรยานยนต์คันเก่าไปรับลูกมาอาบน้ำนอน ก็อยู่กันไป 2 พ่อลูก   ซึ่งตนเองก็เป็นห่วงลูกสาวที่กำลังเริ่มโต ช่วงกลางคืนไปหากบ ก็ไม่อยากไปไกล เพราะห่วงลูกที่อยู่บ้านตำลำพัง ซึ่งพ่อเองก็อยากจะมีบ้านหลังเล็ก พอซุกหัวนอน และความปลอดภัยของลูก และลูกก็โตขึ้นทุกวัน เรื่องการศึกษาก็ห่วงไม่มีเงินส่งลูกเรียน

ด้านครูเจี๊ยบ ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้ก็เป็นห่วงน้องพิมมาก อยากให้น้องได้มีบ้านหลังเล็กๆ พอที่จะให้ได้รับความปลอดภัย เพราะน้องเริ่มโต อีกทั้งมีแสงไฟส่องสว่างในตอนกลางคืน และการศึกษาของน้องวันข้างหน้า ซึ่งอยากจะระดมทุนช่วยต่อเติมบ้านหลังเล็กให้น้อง และให้น้องได้อยู่ที่ปลอดภัย เพราะที่น้องอยู่เป็นบ้านสวนเปลี่ยวมาก

หรือร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่เลขบัญชี โครงการปันสุข ธนาคารกรุงไทย เด็กหญิงพิราวัลย์ แซ่จัง 546-0-467-829