วันจันทร์, 20 พฤษภาคม 2567

คลังชี้เงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตน ไม่แจกอัตโนมัติ

คลังชี้เงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตน ไม่แจกอัตโนมัติ

รัฐบาลยันเดินหน้านโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ปรับเงื่อนไข-รับฟังความเห็นทุกฝ่าย

วันที่ 9 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังชี้แจงนโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ตามที่หาเสียงและได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อไป แต่ไม่ล้มเลิกแน่นอน แต่พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และยึดมั่นวินัยการเงินการคลังให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย

รมช.คลัง เผยอาจใช้เงินไม่ถึง 5.6 แสนล้านบาท

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า เบื้องต้น เรื่องขอบเขตการใช้จ่ายตามนโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลตนั้น มีแนวโน้มว่าจะขยายจากที่กำหนดรัศมีไม่เกิน 4 กิโลเมตร อาจจะเป็นตำบล อำเภอ หรือจังหวัดก็ต้องพิจารณาอีกที ขณะที่ในส่วนที่ห้ามก็คือ ไม่นำออม ไม่นำไปใช้หนี้ ไม่ใช้เพื่ออบายมุข โดยเงินที่เติมให้ในครั้งแรก 10,000 บาท ต้องใช้ใน 6 เดือนแรก แต่จะหมุนต่อเนื่องไปได้นานกว่านั้น ทั้งนี้ การปรับเงื่อนไขรายละเอียดยังต้องพิจารณา แต่ทั้งหมดต้องตอบโจทย์วัตถุประสงค์โครงการที่ตั้งไว้ คือเป็นการจุดชนวนกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้อย่างมีศักยภาพ และต้องมีเสถียรภาพ มีการหมุนเวียน ทำให้เกิดการจ้างงาน การลงทุนขึ้นตามมา

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ประกาศนโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเลต จะมีความชัดเจนในเรื่องแหล่งเงิน แต่ขณะนี้นโยบายยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการ ฉะนั้น วันนี้ก็พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติงที่เป็นประโยชน์ และเกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด หลาย ๆ เรื่องก็มีการปรับเปลี่ยน ไม่ใช่อย่างวันแรกที่เกิดขึ้น มันมีพัฒนาการอยู่ ซึ่งที่พูดกันว่า 5.6 แสนล้านบาท ก็ต้องบอกว่าโครงการนี้ออกแบบว่า ให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งมีคนกลุ่มนี้อยู่ 56 ล้านคน ดังนั้น ถ้าจะให้เงินคนละ 10,000 บาท ก็ต้องใช้เงิน 560,000 ล้านบาท

สรุป

  • รัฐบาลยืนยันเดินหน้านโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต
  • ปรับเงื่อนไขการใช้จ่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น อาจขยายขอบเขตการใช้จ่ายจากรัศมี 4 กิโลเมตร ไปจนถึงตำบล อำเภอ หรือจังหวัด
  • กำหนดเงื่อนไขการใช้เงิน เช่น ห้ามนำออม ห้ามนำไปใช้หนี้ ห้ามใช้เพื่ออบายมุข
  • เงินที่เติมให้ในครั้งแรก 10,000 บาท ต้องใช้ใน 6 เดือนแรก
  • เงินที่เติมให้อาจเป็นเงินกู้นอกงบประมาณหรือเงินกู้จากกองทุนกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อปรับปรุงรายละเอียดให้เหมาะสมที่สุด