
เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ทั้งน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วม ดินถล่ม พายุ แผ่นดินไหว และหมอกควัน การสื่อสารที่รวดเร็วและถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การแจ้งเตือนประชาชน การประสานกำลังช่วยเหลือ ไปจนถึงการรายงานสถานการณ์จากพื้นที่ประสบภัย
แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ปี 2568 จึงกำหนดแนวทางด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมไว้ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ยังคงติดต่อประสานงานกันได้ แม้ระบบโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตบางส่วนจะได้รับความเสียหาย
ทำไมการสื่อสารจึงสำคัญเมื่อเกิดภัยพิบัติ?
ในสถานการณ์ปกติ เราสามารถติดต่อกันผ่านโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ทันที แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติ ระบบเหล่านี้อาจเผชิญปัญหาหลายด้าน เช่น
- ไฟฟ้าดับ ทำให้สถานีฐานหรืออุปกรณ์สื่อสารบางจุดใช้งานไม่ได้
- สายส่งและโครงข่ายได้รับความเสียหาย
- มีผู้โทรศัพท์หรือใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกันจำนวนมาก
- พื้นที่ประสบภัยถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ทันที
- ข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว
หากการสื่อสารหยุดชะงัก เจ้าหน้าที่อาจไม่ทราบว่าพื้นที่ใดต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ขณะที่ประชาชนอาจไม่ได้รับข้อมูลเรื่องเส้นทางอพยพ จุดพักพิง หรือระดับความรุนแรงของสถานการณ์
เชียงรายวางระบบสื่อสารไว้อย่างไร?
ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ปี 2568 ระบบสื่อสารไม่ได้พึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่ง แต่เชื่อมโยงหน่วยงานตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครือข่ายดังกล่าวครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ เทศบาล 72 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 70 แห่ง เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลสถานการณ์และประสานความช่วยเหลือระหว่างพื้นที่ได้
ช่องทางสำคัญประกอบด้วยโทรศัพท์ โทรสาร วิทยุสื่อสาร และเครือข่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานด้านสาธารณสุข ตำรวจ ทหาร ไฟฟ้า ประปา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จุดสำคัญคือ การมี “ระบบสำรอง” หากช่องทางหลักใช้งานไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะต้องสามารถเปลี่ยนไปใช้ช่องทางอื่นเพื่อรักษาการติดต่อระหว่างศูนย์บัญชาการและพื้นที่เกิดเหตุ
ต้องพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
แผนจังหวัดกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านการสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องมือสื่อสารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- เตรียมอุปกรณ์ ระบบ และช่องทางสื่อสารสำรอง
- เชื่อมโยงศูนย์สื่อสารของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
- ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนระบบได้ทันทีเมื่อช่องทางหลักขัดข้อง
- จัดระบบรับและส่งข้อมูลจากพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ซ้ำซ้อน
ระบบดังกล่าวมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านห่างไกล พื้นที่ภูเขา และพื้นที่ที่อาจถูกน้ำป่าหรือดินถล่มตัดเส้นทางเข้าออก
ประชาชนควรเตรียมการสื่อสารอย่างไร?
การเตรียมพร้อมไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานเพียงฝ่ายเดียว แต่ละครอบครัวสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้
- บันทึกหมายเลขฉุกเฉินและหมายเลขของหน่วยงานในพื้นที่ไว้ในโทรศัพท์และจดใส่กระดาษ
- เตรียมพาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ และถ่านสำรองไว้ในกระเป๋าฉุกเฉิน
- ติดตามประกาศจากจังหวัด อำเภอ เทศบาล อบต. และหน่วยงานราชการ
- กำหนดจุดนัดพบของครอบครัว หากไม่สามารถติดต่อกันทางโทรศัพท์ได้
- เมื่อเครือข่ายมีผู้ใช้งานหนาแน่น ให้ส่งข้อความสั้นแทนการโทรต่อเนื่อง
- ลดการดูวิดีโอหรือใช้งานที่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็น
- เตรียมวิทยุแบบใช้ถ่าน เพื่อรับข้อมูลหากไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้
- ตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยเฉพาะข่าวเขื่อนแตก น้ำป่า เส้นทางขาด หรือคำสั่งอพยพ
หากต้องแจ้งเหตุ ควรบอกตำแหน่งให้ชัดเจน เช่น ชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จุดสังเกต จำนวนผู้ประสบภัย และลักษณะความช่วยเหลือที่ต้องการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินและส่งกำลังเข้าไปได้รวดเร็วขึ้น
สื่อสารให้สั้น ชัด และตรวจสอบได้
ในภาวะฉุกเฉิน ข้อความที่ดีควรตอบคำถามสำคัญให้ครบ ได้แก่ เกิดอะไรขึ้น เกิดที่ไหน เกิดเมื่อใด มีผู้ได้รับผลกระทบกี่คน และต้องการความช่วยเหลือประเภทใด
ตัวอย่างการแจ้งเหตุ:
“เกิดน้ำป่าเข้าบ้านแม่ตัวอย่าง หมู่ 5 ตำบลตัวอย่าง อำเภอตัวอย่าง ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร มีผู้สูงอายุติดอยู่ 2 คน ทางเข้าใช้รถเล็กไม่ได้ ติดต่อกลับหมายเลข…”
ไม่ควรส่งเพียงข้อความว่า “น้ำท่วมหนัก ช่วยด้วย” เพราะเจ้าหน้าที่อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบตำแหน่งและรายละเอียด
หลีกเลี่ยงข่าวลวงในช่วงวิกฤต
ภัยพิบัติมักมาพร้อมข้อมูลจำนวนมาก บางข้อความเป็นภาพหรือคลิปจากเหตุการณ์เก่า แต่ถูกนำกลับมาแชร์ราวกับเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนส่งต่อควรตรวจสอบวัน เวลา สถานที่ และแหล่งที่มา หากยังยืนยันไม่ได้ ควรรอประกาศจากหน่วยงานรับผิดชอบ
การแชร์ข้อมูลผิดอาจทำให้ประชาชนเดินทางไปยังพื้นที่อันตราย เกิดความตื่นตระหนก หรือทำให้สายโทรศัพท์ฉุกเฉินมีผู้ติดต่อมากเกินความจำเป็น
การสื่อสารที่พร้อม คืออีกหนึ่งเครื่องมือช่วยชีวิต
ภัยพิบัติอาจทำให้ถนนขาด ไฟฟ้าดับ หรือโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ แต่การเตรียมระบบสำรอง การเชื่อมโยงหน่วยงาน และการฝึกให้ประชาชนสื่อสารอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความสูญเสียและทำให้ความช่วยเหลือไปถึงพื้นที่ได้เร็วขึ้น
ประชาชนสามารถแจ้งเหตุสาธารณภัยผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 และควรบันทึกหมายเลขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า
หมายเหตุ: หมายเลขและช่องทางติดต่อของแต่ละหน่วยงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบจากประกาศทางราชการก่อนนำไปใช้หรือเผยแพร่
ที่มา: แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ปี 2568
รวมเบอร์โทรกรณีเกิดภัยพิบัติ จังหวัดเชียงราย
แจ้งเหตุและประสานงานหลัก
- สายด่วนนิรภัย ปภ. 1784
- ศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย 053-602758
- ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขอุทกภัยและดินถล่ม จังหวัดเชียงราย 053-177318 ถึง 053-177323
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 02-6373000
หน่วยงานความมั่นคงและตำรวจ
- มณฑลทหารบกที่ 37 053-711202
- กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย 053-744620
- ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย 053-711399
- ส่วนสำรวจอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย 053-166765
- ส่วนสำรวจอุทกวิทยาที่ 4 เชียงแสน 053-777112
สาธารณสุขและสาธารณูปโภค
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย 053-910300
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดเชียงราย 053-711299
- การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย 053-711655
หน่วยงานด้านน้ำและการเกษตร
- โครงการชลประทานเชียงราย 053-747115
- โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว 053-729631
- สถานีอุตุนิยมวิทยาเชียงราย 053-793061
- สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย 053-718790
- สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย 053-152684
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย 053-150200
ช่องทางข้อมูลข่าวสาร
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย 053-150163
ที่มา: แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ปี 2568