วันพุธ, 5 สิงหาคม 2569

การสื่อสารโทรคมนาคมกรณีภัยพิบัติ เชียงราย เมื่อสัญญาณขาด การสื่อสารต้องไม่หยุด

เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ทั้งน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วม ดินถล่ม พายุ แผ่นดินไหว และหมอกควัน การสื่อสารที่รวดเร็วและถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การแจ้งเตือนประชาชน การประสานกำลังช่วยเหลือ ไปจนถึงการรายงานสถานการณ์จากพื้นที่ประสบภัย

แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ปี 2568 จึงกำหนดแนวทางด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมไว้ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ยังคงติดต่อประสานงานกันได้ แม้ระบบโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตบางส่วนจะได้รับความเสียหาย

ทำไมการสื่อสารจึงสำคัญเมื่อเกิดภัยพิบัติ?

ในสถานการณ์ปกติ เราสามารถติดต่อกันผ่านโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ทันที แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติ ระบบเหล่านี้อาจเผชิญปัญหาหลายด้าน เช่น

  • ไฟฟ้าดับ ทำให้สถานีฐานหรืออุปกรณ์สื่อสารบางจุดใช้งานไม่ได้
  • สายส่งและโครงข่ายได้รับความเสียหาย
  • มีผู้โทรศัพท์หรือใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกันจำนวนมาก
  • พื้นที่ประสบภัยถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ทันที
  • ข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว

หากการสื่อสารหยุดชะงัก เจ้าหน้าที่อาจไม่ทราบว่าพื้นที่ใดต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ขณะที่ประชาชนอาจไม่ได้รับข้อมูลเรื่องเส้นทางอพยพ จุดพักพิง หรือระดับความรุนแรงของสถานการณ์

เชียงรายวางระบบสื่อสารไว้อย่างไร?

ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ปี 2568 ระบบสื่อสารไม่ได้พึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่ง แต่เชื่อมโยงหน่วยงานตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เครือข่ายดังกล่าวครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ เทศบาล 72 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 70 แห่ง เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลสถานการณ์และประสานความช่วยเหลือระหว่างพื้นที่ได้

ช่องทางสำคัญประกอบด้วยโทรศัพท์ โทรสาร วิทยุสื่อสาร และเครือข่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานด้านสาธารณสุข ตำรวจ ทหาร ไฟฟ้า ประปา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

จุดสำคัญคือ การมี “ระบบสำรอง” หากช่องทางหลักใช้งานไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะต้องสามารถเปลี่ยนไปใช้ช่องทางอื่นเพื่อรักษาการติดต่อระหว่างศูนย์บัญชาการและพื้นที่เกิดเหตุ

ต้องพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง

แผนจังหวัดกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านการสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่

  1. ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องมือสื่อสารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  2. เตรียมอุปกรณ์ ระบบ และช่องทางสื่อสารสำรอง
  3. เชื่อมโยงศูนย์สื่อสารของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
  4. ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนระบบได้ทันทีเมื่อช่องทางหลักขัดข้อง
  5. จัดระบบรับและส่งข้อมูลจากพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ซ้ำซ้อน

ระบบดังกล่าวมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านห่างไกล พื้นที่ภูเขา และพื้นที่ที่อาจถูกน้ำป่าหรือดินถล่มตัดเส้นทางเข้าออก

ประชาชนควรเตรียมการสื่อสารอย่างไร?

การเตรียมพร้อมไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานเพียงฝ่ายเดียว แต่ละครอบครัวสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  • บันทึกหมายเลขฉุกเฉินและหมายเลขของหน่วยงานในพื้นที่ไว้ในโทรศัพท์และจดใส่กระดาษ
  • เตรียมพาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ และถ่านสำรองไว้ในกระเป๋าฉุกเฉิน
  • ติดตามประกาศจากจังหวัด อำเภอ เทศบาล อบต. และหน่วยงานราชการ
  • กำหนดจุดนัดพบของครอบครัว หากไม่สามารถติดต่อกันทางโทรศัพท์ได้
  • เมื่อเครือข่ายมีผู้ใช้งานหนาแน่น ให้ส่งข้อความสั้นแทนการโทรต่อเนื่อง
  • ลดการดูวิดีโอหรือใช้งานที่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็น
  • เตรียมวิทยุแบบใช้ถ่าน เพื่อรับข้อมูลหากไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้
  • ตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยเฉพาะข่าวเขื่อนแตก น้ำป่า เส้นทางขาด หรือคำสั่งอพยพ

หากต้องแจ้งเหตุ ควรบอกตำแหน่งให้ชัดเจน เช่น ชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จุดสังเกต จำนวนผู้ประสบภัย และลักษณะความช่วยเหลือที่ต้องการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินและส่งกำลังเข้าไปได้รวดเร็วขึ้น

สื่อสารให้สั้น ชัด และตรวจสอบได้

ในภาวะฉุกเฉิน ข้อความที่ดีควรตอบคำถามสำคัญให้ครบ ได้แก่ เกิดอะไรขึ้น เกิดที่ไหน เกิดเมื่อใด มีผู้ได้รับผลกระทบกี่คน และต้องการความช่วยเหลือประเภทใด

ตัวอย่างการแจ้งเหตุ:

“เกิดน้ำป่าเข้าบ้านแม่ตัวอย่าง หมู่ 5 ตำบลตัวอย่าง อำเภอตัวอย่าง ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร มีผู้สูงอายุติดอยู่ 2 คน ทางเข้าใช้รถเล็กไม่ได้ ติดต่อกลับหมายเลข…”

ไม่ควรส่งเพียงข้อความว่า “น้ำท่วมหนัก ช่วยด้วย” เพราะเจ้าหน้าที่อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบตำแหน่งและรายละเอียด

หลีกเลี่ยงข่าวลวงในช่วงวิกฤต

ภัยพิบัติมักมาพร้อมข้อมูลจำนวนมาก บางข้อความเป็นภาพหรือคลิปจากเหตุการณ์เก่า แต่ถูกนำกลับมาแชร์ราวกับเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนส่งต่อควรตรวจสอบวัน เวลา สถานที่ และแหล่งที่มา หากยังยืนยันไม่ได้ ควรรอประกาศจากหน่วยงานรับผิดชอบ

การแชร์ข้อมูลผิดอาจทำให้ประชาชนเดินทางไปยังพื้นที่อันตราย เกิดความตื่นตระหนก หรือทำให้สายโทรศัพท์ฉุกเฉินมีผู้ติดต่อมากเกินความจำเป็น

การสื่อสารที่พร้อม คืออีกหนึ่งเครื่องมือช่วยชีวิต

ภัยพิบัติอาจทำให้ถนนขาด ไฟฟ้าดับ หรือโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ แต่การเตรียมระบบสำรอง การเชื่อมโยงหน่วยงาน และการฝึกให้ประชาชนสื่อสารอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความสูญเสียและทำให้ความช่วยเหลือไปถึงพื้นที่ได้เร็วขึ้น

ประชาชนสามารถแจ้งเหตุสาธารณภัยผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 และควรบันทึกหมายเลขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า

หมายเหตุ: หมายเลขและช่องทางติดต่อของแต่ละหน่วยงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบจากประกาศทางราชการก่อนนำไปใช้หรือเผยแพร่

ที่มา: แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ปี 2568

รวมเบอร์โทรกรณีเกิดภัยพิบัติ จังหวัดเชียงราย

แจ้งเหตุและประสานงานหลัก

  • สายด่วนนิรภัย ปภ. 1784
  • ศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย 053-602758
  • ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขอุทกภัยและดินถล่ม จังหวัดเชียงราย 053-177318 ถึง 053-177323
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 02-6373000

หน่วยงานความมั่นคงและตำรวจ

  • มณฑลทหารบกที่ 37 053-711202
  • กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย 053-744620
  • ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย 053-711399
  • ส่วนสำรวจอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย 053-166765
  • ส่วนสำรวจอุทกวิทยาที่ 4 เชียงแสน 053-777112

สาธารณสุขและสาธารณูปโภค

  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย 053-910300
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดเชียงราย 053-711299
  • การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย 053-711655

หน่วยงานด้านน้ำและการเกษตร

  • โครงการชลประทานเชียงราย 053-747115
  • โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว 053-729631
  • สถานีอุตุนิยมวิทยาเชียงราย 053-793061
  • สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย 053-718790
  • สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย 053-152684
  • สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย 053-150200

ช่องทางข้อมูลข่าวสาร

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย 053-150163

ที่มา: แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ปี 2568