
“แมงมัน” เป็นชื่อของแมลงหนึ่งที่พบได้ในภาคเหนือของประเทศไทย ชาวบ้านในพื้นที่นี้เรียกมันว่า “มดขนาดเล็ก” เพราะมันมีขนาดเล็กและอาศัยอยู่ในดินเหมือนมดทั่วไป มดชนิดนี้มีช่วงชีวิตทั้งไข่ของมดงาน ไข่มดวรรณะสืบพันธุ์ และตัวเต็มวัยของวรรณะสืบพันธุ์ โดยทั้งเพศผู้และเพศเมียมีขนาดใหญ่และมีปีก แต่มีเวลาเพียงช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ถึงเมษายนที่มีไข่แมงมัน ซึ่งชาวบ้านนิยมเก็บมาทานกัน
การขุดแมงมันโดยวิธีนี้ เพื่อต้องการ ไข่ ตัวอ่อน และดักแด้ จะทำในช่วงเดือน กุมภาพันธุ์ ไปจนถึงเดือนเมษายน โดยชาวบ้านจะใช้จอบถากบริเวณผิวดินเพื่อดูร่องรอยของรูแมงมัน เนื่องจากแมงมันจะใช้ดินอุดรูไว้ลักษณะเป็นขุยดินมีลักษณะเด่นเห็นได้ชัด จากนั้นจะขุดตามขุยดินจนพบโพรงรัง ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้น จากนั้นจะใช้ทับพีตักใส่ถัง และนำไปล้างน้ำสะอาด โดยเก็บเศษซากใบไม้ทิ้ง และใช้ผ้าขาวบางกรองเศษดินที่ละลายกับน้ำทิ้ง ปกติแล้ว ผู้ขุดหาพบตัวนางพญา มักจะไม่เก็บเอาขึ้นมาด้วย จะปล่อยคืนรังไว้ตามเดิม และจะนำเอาเศษใบไม้ รวมทั้งหามีกระดูกสัตว์ เช่น กระดูกหมู หรือกระดูกไก่ใส่ลงไปไว้ในรัง ซึ่งพบว่า หาเว้นไป 1-2 ปี จะสามารถกลับมาขุดที่รังเดิมนั้นได้
ในฤดูฝน มดวรรณะสืบพันธุ์จะออกจากรังเพื่อผสมพันธุ์ หลังจากนั้นเพศเมียหรือมดนางพญาที่ผสมพันธุ์แล้วจะหาที่อันเหมาะสมในบริเวณดอนที่ไม่มีน้ำท่วมขังเพื่อขุดรังขนาดเล็กซึ่งจะเป็นที่อาศัยในอนาคต หลังจากนั้นจะวางไข่ ลูกแมงมันในรุ่นแรกจะกลายเป็นวรรณะมดงาน ในระยะแรกนี้ มดนางพญาและมดงานอาจต้องกินไข่ตัวเองเพื่อรอดชีวิต จากนั้นมดงานรุ่นแรกเมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัยจะออกไปหาอาหารและขยายอาณาจักรไปเรื่อยๆ ต่อมาเมื่อรังสมบูรณ์ จะมีการผลิตแมงมันในวรรณะสืบพันธุ์
จากการศึกษาของนักขุดแมงมันพบว่า แต่ละรังที่ขุดพบว่ามีแมงมันเพศผู้หรือเพศเมียเท่านั้น ซึ่งอาจเกิดจากธรรมชาติของการป้องกันการด้อยทางพันธุกรรมของมดชนิดนี้ ทำให้นางพญากำหนดเพศให้แต่ละรุ่นออกมาเป็นเพศเมียหรือเพศผู้ และการแพร่ขยายพันธุ์จะเกิดจากการผสมพันธุ์ข้ามรัง