วันจันทร์, 24 มิถุนายน 2567

แนวข้อสอบใบขับขี่ 2566 พร้อมเฉลย ศึกษาแล้วไปสอบได้เลย

24 เม.ย. 2023
1943
แนวข้อสอบใบขับขี่ 2566 พร้อมเฉลย ศึกษาแล้วไปสอบได้เลย

แนวข้อสอบใบขับขี่ 2566 พร้อมเฉลย ศึกษาแล้วไปสอบได้เลย

ข้อสอบใบขับขี่ประเภทใหม่ (2566) จะประกอบไปด้วยสองส่วน คือ

  1. ส่วนทฤษฎี ประกอบด้วยวิชาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะประกอบไปด้วยข้อสอบเลือกคำตอบทั้งหมด 50 ข้อ ซึ่งจะต้องตอบถูกไม่ต่ำกว่า 45 ข้อ เพื่อผ่านการสอบ
  2. ส่วนปฏิบัติ เป็นการขับขี่รถยนต์จริง

แต่ละส่วนจะต้องผ่านการสอบด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่า 80% ของคะแนนทั้งหมดในแต่ละส่วน

อ้างอิง https://gecc.dlt.go.th/login , www.dlt-elearning.com

แนวข้อสอบใบขับขี่ 2566 พร้อมเฉลย ศึกษาแล้วไปสอบได้เลย

แนวข้อสอบใบขับขี่ 2566 (ใบขับขี่รถยนต์)

1. หมวดกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

เนื้อหาข้อสอบใบขับขี่ในหมวดกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ จะครอบคลุมสาระสำคัญที่ผู้ขอใบอนุญาตขับขี่ควรทราบโดยอ้างอิงเนื้อหาจากพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มีตัวอย่างคำถามและเฉลยข้อสอบใบขับขี่ดังนี้

1. ในขณะขับรถผู้ขับขี่ต้องมีเอกสารใดใช้คู่กับใบอนุญาตขับรถ

ก. บัตรประจำตัวประชาชน

ข. สำเนาทะเบียนบ้าน

ค. สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ

ง. บัตรประกันสังคม

เฉลย ค. ในขณะขับรถผู้ขับขี่ต้องมีเอกสารสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถใช้คู่กับใบอนุญาตขับรถ

2. ผู้ขับรถกระทำผิดตามกฎหมายจราจรทางบกและได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจรต้องไปติดต่อชำระค่าปรับภายในกี่วัน

ก. 10 วัน

ข. 7 วัน

ค. 15 วัน

ง. 30 วัน

เฉลย ข. ผู้ขับรถกระทำผิดตามกฎหมายจราจรทางบกและได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจร ต้องไปติดต่อชำระค่าปรับภายใน 7 วัน

3. เมื่อใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดต้องยื่นขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

ก. 20 วัน

ข. 30 วัน

ค. 15 วัน

ง. 45 วัน

เฉลย ค. เมื่อใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดต้องยื่นขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน

4. ผู้ขับรถใช้ใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุมีความผิดอย่างไร

ก. ปรับไม่เกินห้าพันบาท

ข. จำคุกไม่เกินสามเดือน

ค. ปรับไม่เกินสองพันบาท

ง. จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน

เฉลย ค. ผู้ขับรถใช้ใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุ มีความผิดปรับไม่เกิน 2,000 บาท

5. การโอนรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

ก. 15 วัน

ข. 45 วัน

ค. 20 วัน

ง. 30 วัน

เฉลย ก. การโอนรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน

6. การเปลี่ยนสีรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน

ก. 7 วัน

ข. 10 วัน

ค. 15 วัน

ง. 20 วัน

เฉลย ก. การเปลี่ยนสีรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 7 วัน

7. รถยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

ก. 5 ปี

ข. 6 ปี

ค. 3 ปี

ง. 7 ปี

เฉลย ง. รถยนต์ที่มีอายุครบ 7 ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

8. รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

ก. 1 ปี

ข. 3 ปี

ค. 2 ปี

ง. 5 ปี

เฉลย ง. รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบ 5 ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

9. ข้อใดไม่ใช่ “รถยนต์รับจ้างสาธารณะ”

ก. รถแท็กซี่

ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

ค. รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ

ง. รถสามล้อรับจ้างสาธารณะ

เฉลย ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ไม่ใช่ “รถยนต์รับจ้างสาธารณะ”

10. รถที่นำมาใช้บนถนนต้องมีลักษณะอย่างไร

ก. รถที่โคมไฟหน้าไม่ติด

ข. รถที่มีเสียงดัง.90 เดซิเบล A

ค. รถที่มีควันดำ 55 เปอร์เซ็นต์

ง. รถที่จดทะเบียนและชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว

เฉลย ง. รถที่นำมาใช้บนถนนต้องจดทะเบียนและชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว

11. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน

ก. รถของวัด

ข. รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

ค. รถของสภากาชาดไทย

ง. รถของมูลนิธิเพื่อนพึ่งภายามยาก

เฉลย ข. รถได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน ได้แก่ รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด

12. รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

ก. รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง

ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

ค. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

ง. รถตู้ส่วนบุคคล

เฉลย ก. รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ

13. รถที่จดทะเบียนแล้ว หากประสงค์จะเปลี่ยนสีรถต้องดำเนินการอย่างไร

ก. ดำเนินการเปลี่ยนสีได้ทันที

ข. แจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน

ค. แจ้งนายทะเบียนภายใน 30 วัน

ง. แจ้งนายทะเบียนภายใน 7 วัน

เฉลย ง. รถที่จดทะเบียนแล้ว หากประสงค์จะเปลี่ยนสีรถต้องดำเนินการแจ้งนายทะเบียนภายใน 7 วัน

14. ข้อใดผิด

ก. รถยนต์ส่วนบุคคล นำมาใช้รับจ้างได้

ข. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ห้ามนำมาใช้ในการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร

ค. รถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้เพื่อการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร

ง. รถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้ในกิจการส่วนตัวได้

เฉลย ก. รถยนต์ส่วนบุคคล นำมาใช้รับจ้างไม่ได้

15. รถยนต์ ไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (ป้ายแดง) ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ขับได้ในช่วงเวลาใด

ก. ขับได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง.16.00 น.

ข. ขับได้ตลอดเวลา

ค. ห้ามขับเพราะยังไม่ได้เสียภาษี

ง. ขับได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก

เฉลย ง. รถยนต์ ไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (ป้ายแดง) ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ขับได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก

16. รถที่ไม่ได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนดต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละเท่าใด

ก. ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน

ข. ร้อยละ 1 บาทต่อปี

ค. ร้อยละ 10 บาทต่อเดือน

ง. ร้อยละ 10 บาทต่อปี

เฉลย ก. รถที่ไม่ได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนดต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละ 1 บาทต่อเดือน

17. ข้อใดถูกต้องในขณะขับรถ

ก. ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ

ข. ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ

ค. ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ

ง. ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ

เฉลย ง. ในขณะขับรถ ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ

18. ข้อใดถูกต้อง

ก. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้

ข. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้

ค. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้

ง. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้

เฉลย ข. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้

19. นาย ก.เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว จะต้องไปดำเนินการที่ใด

ก. สำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ทุกแห่ง

ข. สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น กรุงเทพมมหานคร

ค. สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง

ง. ผิดทุกข้อ

เฉลย ก. นาย ก เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว จะต้องไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ทุกแห่ง

20. ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วราวต้องมีอายุกี่ปี

ก. ไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์

ข. ไม่ต่ำกว่า 16 ปี บริบูรณ์

ค. ไม่ต่ำกว่า 17 ปี บริบูรณ์

ง. ไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์

เฉลย ง. ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วราวต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์

ก. ไม่ได้ เพราะ นายชายเป็นผู้มีร่างกายพิการ

21. นายชาย พิการไม่มีนิ้วมือข้างซ้าย ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวได้หรือไม่

ข. ไม่ได้ เพราะ ขัดต่อระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ค. ได้ เพราะ หากนายชายมีบัตรผู้พิการ

ง. ได้ เพราะ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้

เฉลย ง. นายชาย พิการไม่มีนิ้วมือข้างซ้าย ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวได้ เพราะ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้

22. กรณีถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน

ก. 15 วัน

ข. 30 วัน

ค. 60 วัน

ง. 90 วัน

เฉลย ก. กรณีถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน

23. ผู้ขับรถยนต์สาธารณะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้

ข. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นที่สุด

ค. ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่เร็วที่สุด

ง. พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่อ้อม

เฉลย ก. ผู้ขับรถยนต์สาธารณะต้องพาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้ และต้องพาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นที่สุด

24. ผู้ขับรถผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

ก. ปฎิเสธผู้โดยสารในเส้นทางที่จราจรติดขัด

ข. ไม่สูบบุหรี่

ค. ใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแทนเมื่อใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะขาดอายุ

ง. เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด

เฉลย ข. ผู้ขับรถสาธารณะต้องไม่เสพสุราของมึนเมา ไม่เสพยาเสพติดให้โทษ และไม่เสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

25. ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

ก. ไม่ก้าวร้าว ดูหมิ่นผู้โดยสาร

ข. พูดคุยเสียงดัง

ค. ใส่เสื้อยืดขับรถ

ง. สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด

เฉลย ก. ผู้ขับรถสาธารณะต้องไม่ก้าวร้าว ดูหมิ่นผู้โดยสาร

26. ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

ก. ชวนผู้โดยสารคุยเพื่อความเป็นกันเอง

ข. เมื่อง่วงก็ขออนุญาตผู้โดยสารจอดนอน

ค. ไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ

ง. แจกหมายเลขโทรศัพท์เพื่อหาลูกค้า

เฉลย ค. ผู้ขับรถสาธารณะต้องไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ

27. ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถมีโทษอย่างไร

ก. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ง. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

เฉลย ก. ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

28. ผู้ใดขับรถโดยใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุมีโทษอย่างไร

ก. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ข. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ค. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ง. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

เฉลย ง. ผู้ใดขับรถโดยใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุมีโทษ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

29. เมื่อรถทะเบียนระงับ หากประสงค์จะจดทะเบียนรถใหม่ต้องนำรถไปตรวจสภาพรถที่ใด

ก. สำนักงานขนส่งจังหวัดในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ

ข. สถานตรวจสภาพเอกชนในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ

ค. สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ

ง. ไม่สามารถจดทะเบียนรถได้เนื่องจากทะเบียนระงับแล้ว

เฉลย ค. เมื่อรถทะเบียนระงับ หากประสงค์จะจดทะเบียนรถใหม่ต้องนำรถไปตรวจสภาพรถที่สำนักงานขนส่งจังหวัดในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ

30. ประกันภัยชนิดใดใช้ประกอบการต่ออายุภาษีประจำปี

ก. ประกันภัยชนิด 1

ข. ประกันภัยชนิด 2

ค. ประกันภัยชนิด 3

ง. ประกันภัยชนิด คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

เฉลย ง. ประกันภัยชนิด คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ใช้ประกอบการต่ออายุภาษีประจำปี

2. หมวดกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ภาคทฤษฏีด้านกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก จะวัดความรู้ของผู้ขอใบขับขี่รถในเรื่องสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร สภาพรถและแผ่นป้ายทะเบียนรถ การปฏิบัติตัวของผู้ขับขี่ ใบอนุญาตขับรถและอื่นๆ โดยอ้างอิงสาระสำคัญจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มีตัวอย่างข้อสอบพร้อมเฉลยดังต่อไปนี้

1. การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรหรือกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

ข. เมื่อพบป้ายเตือนทางร่วมทางแยกให้ขับรถด้วยความเร็วปกติ

ค. หากไม่มีสัญญาณไฟจราจร ให้รถคันที่ใหญ่กว่าผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน

ง. เมื่อพบป้ายเตือนสัญญาณไฟบริเวณทางร่วมทางแยกให้ขับรถไปตามปกติ

เฉลย ก. การขับรถผ่านทางร่วมทางแยก ท่านต้องปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรหรือกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

2. ผู้ขับขี่ต้องการเลี้ยวรถต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ชะลอรถและเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร

ข. เปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยว 20 เมตร

ค. หยุดรถเพื่อเตรียมตัวเลี้ยว

ง. เร่งความเร็วก่อนเลี้ยว

เฉลย ก. ผู้ขับขี่ที่ต้องการเลี้ยวรถต้องชะลอรถและเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร

3. บริเวณใดห้ามแซง

ก. ทางตรง

ข. ทางที่ปลอดภัย

ค. ทางโล่ง

ง. ทางโค้งรัศมีแคบ

เฉลย ง. บริเวณที่ห้ามขับรถแซงรถคันอื่น เช่น ทางโค้งรัศมีแคบ ทางร่วมทางแยก สะพานเดินรถทางเดียว ห้ามแซงรถในอุโมงค์

4. การจอดรถต้องจอดให้ห่างจากขอบทางไม่เกินกี่เซนติเมตร

ก. ห่างไม่เกิน 35 เซนติเมตร

ข. ห่างไม่เกิน 30 เซนติเมตร

ค. ห่างไม่เกิน 25 เซนติเมตร

ง. ห่างไม่เกิน 40 เซนติเมตร

เฉลย ค. การจอดรถต้องจอดให้ห่างจากขอบทางไม่เกิน 25 เซนติเมตร

5. เขตปลอดภัย หมายความว่าอย่างไร

ก. พื้นที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้ผู้ขับขี่เห็นว่าปลอดภัยขับต่อไปได้

ข. เขตที่ผู้ขับขี่สามารถนำรถผ่านเข้าไปได้

ค. พื้นที่ในทางเดินรถที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้เห็นได้ชัดเจนทุกเวลาสำหรับ ให้คนเดินเท้าที่ข้ามทางหยุดรอ หรือให้คนที่ขึ้นหรือลงจากรถหยุดรอก่อนจะข้ามทางต่อไป

ง. เขตที่คนเดินเท้าสามารถข้ามทางได้โดยไม่ต้องหยุดรอ

เฉลย ค. เขตปลอดภัย หมายถึง พื้นที่ในทางเดินรถที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้เห็นได้ชัดเจนทุกเวลาสำหรับให้คนเดินเท้าที่ข้ามทางหยุดรอ หรือให้คนที่ขึ้นหรือลงจากรถหยุดรอก่อนจะข้ามทางต่อไป

6. สัญญาณจราจรไฟสีแดงที่ทำเป็นรูปกากบาทเฉียงอยู่เหนือช่องเดินรถ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถอย่างไร

ก. จอดรถในช่องเดินรถนั้น

ข. หยุดและจอดรถในช่องเดินรถนั้น

ค. ขับรถในช่องเดินรถนั้น

ง. หยุดรถในช่องเดินรถนั้น

เฉลย ค. สัญญาณจราจรไฟสีแดงที่ทำเป็นรูปกากบาทเฉียงอยู่เหนือช่องเดินรถ หมายถึง ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในช่องเดินรถนั้น

7. เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนซ้ายออกไปเสมอระดับไหล่ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านไหนของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ

ก. ด้านข้าง

ข. ด้านหน้าและด้านหลัง

ค. ด้านหลัง

ง. ด้านหน้า

เฉลย ค. เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนซ้ายออกไปเสมอระดับไหล่ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านหลังของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ

8. เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านไหนของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ

ก. ด้านหลัง

ข. ด้านหน้าและด้านหลัง

ค. ด้านหน้า

ง. ด้านข้างและด้านหลัง

เฉลย ค. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืน และยกแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาทางด้านหน้าของพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องหยุดรถ 

9. การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดง ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง

ข. ลดความเร็วของรถลงและผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง

ค. จอดรถด้วยความระมัดระวัง

ง. เพิ่มความเร็วของรถและผ่านทางเดินรถนั้นไปโดยเร็ว

เฉลย ก. การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดง ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง

10. ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าเท่าไร

ก. ในระยะที่จะสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น

ข. ไม่น้อยกว่า 2 เมตร

ค. ไม่น้อยกว่า 1 เมตร

ง. ไม่น้อยกว่า 3 เมตร

เฉลย ก. ขณะขับขี่รถต้องเว้นระยะห่างรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัย

11. ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้าหรือไฟท้ายรถ ให้รถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าเท่าใด

ก. 150 เมตร

ข. 100 เมตร

ค. 60 เมตร

ง. 120 เมตร

เฉลย ก. ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้าหรือไฟท้ายรถ ให้รถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร

12. ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นขณะที่มีหมอก ฝุ่น ฝน หรือควัน จนไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะเท่าใด

ก. 60 เมตร

ข. 90 เมตร

ค. 70 เมตร

ง. 80 เมตร

เฉลย ก. ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นขณะที่มีหมอก ฝุ่น ฝน หรือควัน จนไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะ 60 เมตร

13. เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?

ก. ลดความเร็วของรถลงและเลี้ยวซ้ายผ่านไปได้ทันที

ข. หยุดรอจนกว่าจะได้รับสัญญาณไฟเขียวจึงเลี้ยวซ้ายไปได้

ค. หยุดรอให้คนข้ามถนนและรถที่มาจากทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อนแล้วจึงเลี้ยวซ้ายผ่านไป

ง. เลี้ยวซ้ายผ่านไปได้ทันที

เฉลย ค. เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” ผู้ขับขี่ควรหยุดรอให้คนข้ามถนนและรถที่มาจากทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อนแล้วจึงเลี้ยวซ้ายผ่านไป

14. เมื่อถึงทางรถไฟและมีรถไฟกำลังแล่นผ่าน ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร

ข. ขับรถผ่านไปโดยเร็ว

ค. ให้เสียงสัญญาณแตรเตือนและขับผ่านไปได้

ง. หยุดรอสัญญาณไฟและเปิดไฟฉุกเฉิน

เฉลย ก. เมื่อถึงทางรถไฟและมีรถไฟกำลังแล่นผ่าน ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร อย่าขับรถผ่านไปโดยเร็ว หรือให้เสียงสัญญาณแตรเตือนและขับผ่านไป และไม่จำเป็นต้องเปิดไฟฉุกเฉิน

15. บริเวณใดใช้สัญญาณเสียงแตรได้

ก. โรงเรียน

ข. สถานที่ราชการ

ค. สวนสาธารณะ

ง. โรงพยาบาล

เฉลย ค. บริเวณที่ผู้ขับรถไม่ควรใช้สัญญาณเสียงแตร ได้แก่ โรงเรียน สถานที่ราชการ โรงพยาบาล

16. ขณะขับขี่รถต้องเว้นระยะห่างรถคันหน้าเท่าใด

ก. ในระยะที่ปลอดภัย

ข. 13 เมตร

ค. 50 เมตร

ง. 3 ช่วงตัวรถ

เฉลย ก. ขณะขับขี่รถต้องเว้นระยะห่างรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัย

17. นอกเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ต้องขับรถด้วยความเร็วเท่าไร

ก. ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ข. ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ค. ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ง. ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เฉลย ง. นอกเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ผู้ขับรถตามกฎหมายรถยนต์ต้องขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

18. ในการให้สัญญาณไฟเลี้ยว จะต้องให้ผู้ขับรถคันอื่นเห็นได้ในระยะเท่าไร

ก. ไม่น้อยกว่า 10 เมตร

ข. ไม่น้อยกว่า 15 เมตร

ค. ไม่น้อยกว่า 60 เมตร

ง. ไม่น้อยกว่า 30 เมตร

เฉลย ค. ในการให้สัญญาณไฟเลี้ยว จะต้องให้ผู้ขับรถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร

19. ข้อใดปฏิบัติถูกต้อง

ก. รถจักรยานยนต์ต้องขับในช่องเดินรถด้านซ้ายสุด

ข. รถบรรทุกคนโดยสารต้องขับในช่องเดินรถด้านขวาสุด

ค. รถบรรทุกสิ่งของต้องขับในช่องเดินรถด้านขวาสุด

ง. การเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางด้านขวาหรือซ้ายไม่ต้องดูกระจกด้านซ้ายหรือขวา

เฉลย ก. การปฏิบัติที่ถูกต้องขอรถจักรยานยนต์ คือ รถจักรยานยนต์ต้องขับในช่องเดินรถด้านซ้ายสุด

20. ผู้ใดได้รับยกเว้นไม่ต้องสวมหมวกนิรภัยขณะโดยสารรถจักรยานยนต์

ก. ภิกษุ สามเณร

ข. คนโดยสาร

ค. เด็ก

ง. คนขับรถ

เฉลย ก. ผู้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องสวมหมวกนิรภัยขณะโดยสารรถจักรยานยนต์ คือ ภิกษุ สามเณร

21. ข้อใดเปิดไฟฉุกเฉินได้ถูกต้อง

ก. รถเสียหรือรถเกิดอุบัติเหตุ

ข. เปิดได้ตลอดเวลา

ค. มีหมอก

ง. ผ่านทางแยก

เฉลย ก. ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องในการใช้ไฟฉุกเฉิน คือ ใช้ไฟฉุกเฉินเมื่อรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ

22. ในการบรรทุกสิ่งของ.ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. บรรทุกได้กว้างกว่าความกว้างของตัวรถข้างละ 1 เมตร

ข. บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร

ค. บรรทุกสูงโดยวัดจากสิ่งของที่บรรทุกได้เกิน 5 เมตร

ง. บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหน้าไม่เกิน 2.50 เมตร

เฉลย ข. ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องบรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร

23. รถที่มีความเร็วช้า ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ขับรถได้ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา

ข. ขับรถชิดขอบด้านขวา

ค. ขับรถที่บริเวณไหล่ทาง

ง. ขับรถชิดขอบด้านซ้าย

เฉลย ง. รถที่มีความเร็วช้า ผู้ขับขี่จะต้องขับรถชิดขอบด้านซ้าย

24. บริเวณทางร่วมทางแยกและมีเครื่องหมายห้ามกลับรถแต่เจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้กลับรถได้ผู้ขับขี่ ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. กลับรถได้

ข. กลับรถได้ถ้าไม่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ

ค. กลับรถไม่ได้

ง. กลับรถได้ถ้าไม่ใช่ทางร่วมทางแยก

เฉลย ก. บริเวณทางร่วมทางแยกและมีเครื่องหมายห้ามกลับรถแต่เจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้กลับรถได้ผู้ขับขี่ก็สามารถกลับรถได้ เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณของเจ้าพนักงาน

25. ขณะขับรถตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมีโทษอย่างไร

ก. จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 1,000 ถึง 50,000 บาท

ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ค. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ง. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

เฉลย ข. ขณะขับรถตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

26.เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่หลบหนีจะมีผลอย่างไร

ก. ไม่มีผล เพราะไม่ใช่ฝ่ายผิด

ข. ให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิด

ค. มีผลให้เป็นฝ่ายถูก

ง. จะได้รับการกันไว้เป็นพยาน

เฉลย ข. เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่หลบหนีจะมีผลให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิด

27. บริเวณใดจอดรถได้

ก. ที่มีป้ายห้ามหยุดรถ

ข. ในอุโมงค์

ค. ทางร่วมทางแยก

ง. ลานจอดรถในห้างสรรพสินค้า

เฉลย ง. ลานจอดรถในห้างสรรพสินค้า

28. ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามข้อใดไม่ถูกต้อง

ก. ลดความเร็วเมื่อถึงวงเวียน

ข. ลดความเร็วเมื่อถึงที่คับขัน

ค. จอดรถบริเวณทางร่วมทางแยก

ง. ลดความเร็วเมื่อเห็นคนกำลังข้ามทาง

เฉลย ค. ผู้ขับรถต้องไม่จอดรถบริเวณทางร่วมทางแยก แต่เมื่อถึงบริเวณวงเวียนต้องลดความเร็ว หรือเมื่อเห็นคนกำลังข้ามถนน ตลอดจนลดความเร็วเมื่อถึงที่คับขัน

29. การให้สัญญาณด้วยแขน โดยผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกตัวรถเสมอระดับไหล่และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง หมายถึงผู้ขับขี่นั้นต้องการอะไร

ก. หยุดรถ

ข. เลี้ยวขวา

ค. จะลดความเร็วของรถ

ง. จอดรถ

เฉลย ค. การให้สัญญาณด้วยแขน โดยผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกตัวรถเสมอระดับไหล่และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง หมายถึงผู้ขับขี่นั้นต้องการจะลดความเร็วของรถ

30. รถในข้อใดที่สามารถนำมาใช้ในทางได้

ก. รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของทางราชการกำหนด

ข. รถที่จดทะเบียนและเสียภาษีแล้ว

ค. รถที่ขาดต่อภาษี

ง. รถที่แจ้งเลิกใช้ตลอดไป

เฉลย ข. รถที่ห้ามนำมาใช้ในทาง เช่น รถที่ขาดต่อภาษี รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของทางราชการกำหนด รถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง และรถที่แจ้งเลิกใช้ตลอดไป เป็นต้น

3. หมวดมารยาทและจิตสำนึก

แบบทดสอบใบขับขี่รถยนต์ในหมวดคำถามเกี่ยวกับมารยาทและจิตสำนึก เน้นทดสอบทัศนคติในระหว่างขับขี่ และมารยาทที่ดีในการใช้รถและใช้ถนนร่วมกับผู้อื่นของผู้เข้ารับการทดสอบขอมีใบอนุญาตขับรถ มีตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมารยาทในการขับขี่ดังนี้

1. การขับรถเข้าวงเวียนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ให้รถทางขวามือของเราที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน

ข. ให้รถทางซ้ายมือของเราที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน

ค. ให้รถที่เข้าวงเวียนและจะเลี้ยวซ้ายไปก่อน

ง. ให้รถที่เข้าวงเวียนและจะตรงไปให้ไปก่อน

เฉลย ก. การขับรถเข้าวงเวียนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรควรให้รถทางขวามือของเราที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน

2. ทัศนคติและจิตสำนึกในการขับรถอย่างปลอดภัยของผู้ขับรถคืออะไร

ก. ขับรถช้า ใจเย็น

ข. ขับรถเก่งคล่องแคล่ว

ค. ขับรถอย่างมีสติเคร่งครัดวินัยจราจรแสดงออกถึงมารยาทและน้ำใจ

ง. ขับรถดีไม่เกิดอุบัติเหตุ

เฉลย ค. ทัศนคติและจิตสำนึกในการขับรถอย่างปลอดภัยคือ ขับรถอย่างมีสติเคร่งครัดวินัยจราจรแสดงออกถึงมารยาทและน้ำใจ

3. สิ่งใดที่ผู้ขับรถควรทำเมื่อได้รับสัญญาณไฟเหลือง

ก. ชะลอรถและหยุดรถที่เส้นขาวให้หยุดรถเพื่อป้องกันการขับฝ่าสัญญาณไฟแดง

ข. บีบแตรเร่งรถคันหน้าให้ขับเร็วขึ้นเพื่อให้รถเราไม่ติดสัญญาณไฟแดง

ค. ขับเปลี่ยนเลนเพื่อแซงรถขึ้นไปให้พ้นสัญญาณไฟแดง

ง. ขับตามคันหน้าไปโดยฝ่าสัญญาณไฟแดง

เฉลย ก. เมื่อได้รับสัญญาณไฟเหลือง ผู้ขับรถควรชะลอรถและหยุดรถที่เส้นขาวให้หยุดรถ เพื่อป้องกันการขับฝ่าสัญญาณไฟแดง

4. ใครบ้างที่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารไปในรถยนต์เพื่อความปลอดภัยของชีวิต

ก. คนขับรถและผู้โดยสารทุกคนทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่นั่งตอนหน้าและตอนหลังรถ

ข. คนขับรถและผู้โดยสารที่นั่งตอนหน้ารถเท่านั้น

ค. คนขับรถและผู้โดยสารที่มีอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป เพราะสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้

ง. คนขับรถและผู้โดยสาร ยกเว้นคนแก่กับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปีลงมา

เฉลย ก. คนขับรถและผู้โดยสารทุกคนทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่นั่งตอนหน้าและตอนหลังรถ

6. ท่านควรทำอย่างไรเมื่อผู้ขับรถคันอื่นให้สัญญาณไฟขอเข้าใช้ช่องจราจรร่วมกับท่าน

ก. ให้สัญญาณตอบรับโดยชะลอความเร็ว เว้นระยะให้รถคันนั้นสามารถเปลี่ยนช่องจราจรเบี่ยงเข้ามาได้อย่างปลอดภัย

ข. บีบแตรเตือน รีบขับชิดรถคันหน้า กันไม่ให้เบี่ยงแทรกเข้ามา

ค. ขับชิดรถคันหน้า พยายามเบียดไม่ให้รถคันหน้าแทรกเข้ามาด้านหน้ารถได้

ง. เร่งความเร็วรถเป็นระยะ ไม่เปิดช่องว่างให้แทรกเข้ามาในช่องจราจรของเราได้

เฉลย ก. เมื่อผู้ขับรถคันอื่นให้สัญญาณไฟขอเข้าใช้ช่องจราจรร่วมกับท่าน ท่านควรให้สัญญาณตอบรับโดยชะลอความเร็ว เว้นระยะให้รถคันนั้นสามารถเปลี่ยนช่องจราจรเข้ามาได้อย่างปลอดภัย

7. ท่านควรทำอย่างไรเมื่อผู้ขับรถคันอื่นเปิดทางให้ท่านไปก่อนหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรด้วย

ก. เร่งรถออกไปโดยตัดข้ามไปยังช่องจราจรถัดไปด้วย

ข. ก้มหัวหรือยกมือขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรในลักษณะเร่งร้อน

ค. ก้มหัวขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรที่ขอเข้าร่วมด้วยความระมัดระวัง

ง. ขับรถออกไปหรือเข้าร่วมช่องจราจรแบบช้าๆ และพยายามเบียดข้ามไปยังช่องจราจรถัดไป

เฉลย ค. ก้มหัวขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรที่ขอเข้าร่วมด้วยความระมัดระวัง

8. การกระทำใดของผู้ขับรถซึ่งเป็นการกระทำที่แสดงถึงความมีมารยาทและน้ำใจให้แก่ผู้ใช้ถนนร่วมกัน

ก. ขับรถแซงคิวแทรกเข้าตรงเชิงสะพานหรือก่อนเข้าซอย

ข. ขับรถบนไหล่ทางเพื่อไปแทรกเข้าด้านหน้าในช่องจราจรปกติ

ค. กลับรถบนถนนที่มีช่องจราจรสวนทางกันในลักษณะกีดขวางการจราจร

ง. ไม่หยุดรถบนเส้นทแยงสีเหลืองหรือบริเวณปากซอยและเปิดทางให้รถในเส้นทางอื่นสามารถขับผ่านไปได้ในขณะที่รถท่านติดการจราจร

เฉลย ง. ไม่หยุดรถบนเส้นทแยงสีเหลืองหรือบริเวณปากซอยและเปิดทางให้รถในเส้นทางอื่นสามารถขับผ่านไปได้ในขณะที่รถท่านติดการจราจร

9. เมื่อขับรถเข้าเขตชุมชนที่มีการจราจรติดขัด ผู้ขับรถควรทำอย่างไร

ก. บีบแตรเพื่อเร่งรถคันหน้าและเตือนคนเดินถนนให้หลีกทางไป

ข. ขับช้าๆ โดยระมัดระวังคนเดิน ใช้แตรเมื่อจำเป็นเพื่อเตือนคนเดินถนนหรือรถคันอื่นเท่านั้น

ค. ขับเบียดรถที่จอดหรือคนเดินถนนโดยล้ำไปยังช่องจราจรที่สวนมา

ง. ขับย้อนศรเพื่อหนีการจราจรติดขัดไปยังเส้นทางอื่น

เฉลย ข. เมื่อขับขี่รถผ่านชุมชน โรงเรียน หรือสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ท่านควรชะลอความเร็ว และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่

10. ในการขับรถช่วงเวลากลางคืน ควรที่จะมีการใช้ไฟหน้ารถอย่างไร

ก. เปิดไฟสูง.ตลอดเวลาที่ขับขี่

ข. เปิดทั้งไฟหน้า และไฟตัดหมอก

ค. เปิดไฟหน้า ไฟตัดหมอก.และไฟกระพริบฉุกเฉิน

ง. เปิดไฟต่ำเมื่อมีรถอยู่ด้านหน้าและรถสวนทางมา

เฉลย ง. ในการขับรถช่วงเวลากลางคืน ท่านควรเปิดไฟต่ำเมื่อมีรถอยู่ด้านหน้าและรถสวนทางมา

11. การขับรถผ่านช่วงทางโค้ง ทางร่วม ทางแยกในช่วงเวลากลางคืน ควรจะมีวิธีการใช้ไฟหน้ารถที่เหมาะสมอย่างไร

ก. ชะลอความเร็วก่อนเข้าทางแยก.แล้วกระพริบไฟและเปิดไฟฉุกเฉิน

ข. ก่อนเข้าโค้งให้กระพริบไฟ และลดเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถสวนทาง

ค. ชะลอความเร็วก่อนเปิดไฟสูง

ง. ชะลอความเร็วก่อนเปิดไฟต่ำ

เฉลย ข. เมื่อขับรถผ่านช่วงทางโค้ง ทางร่วม ทางแยก ในช่วงเวลากลางคืน ก่อนเข้าโค้งท่านควรกะพริบไฟ และลดเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถสวนทาง

12. ท่านคิดว่าข้อใดเป็นการขับขี่ที่ไร้ซึ่งมารยาทอย่างมาก

ก. ใช้ความเร็วรถปกติ เมื่อมีรถคันอื่นกระพริบไฟขอทาง

ข. ขับรถชิดซ้าย หรือให้ทางแก่รถฉุกเฉิน

ค. ขับรถจี้ท้าย และบีบแตรไล่บนทางด่วน

ง. ชะลอความเร็วให้รถคันอื่นแซง

เฉลย ค. การขับรถจี้ท้าย และบีบแตรไล่บนทางด่วนเป็นการขับขี่ที่ไร้ซึ่งมารยาทอย่างมาก

13. ท่านคิดว่าผู้ขับขี่ ควรปฏิบัติตนอย่างไรในการขับขี่รถให้เกิดความปลอดภัย

ก. พูดคุยหยอกล้อกับแฟนสาวในขณะขับรถ

ข. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ

ค. ดื่มสุรา เที่ยวดึก.นอนดึกเพื่อตื่นแต่เข้ามาขับรถ

ง. ไม่ประมาท มีวินัย และเคารพในกฎจราจร

เฉลย ง. การขับขี่รถให้เกิดความปลอดภัย ท่านต้องไม่ประมาท มีวินัย และเคารพในกฎจราจร

14. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องที่สุด

ก. ขับรถโดยมีใบขับขี่ที่ถูกต้องและปฏิบัติตามกฎจราจร

ข. ศึกษาเรียนรู้ในกฎจราจร

ค. ศึกษาเรียนรู้ในกฎจราจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ง. ตั้งใจฟังการถ่ายทอดอบรมเพื่อสอบใบขับขี่

เฉลย ก. ผู้ขับขี่รถที่ดี ต้องขับขี่รถโดยมีใบขับขี่ที่ถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎจราจร

15. การขับรถในทางขึ้นเขา ลงเขา และมีโค้งอันตรายอยู่ตลอดทาง ท่านควรขับขี่อย่างไร

ก. เหยียบเบรกตลอดการลงเขาและใช้เกียร์สูง

ข. ต้องเร่งความเร็วของรถเพื่อขึ้นเขาและลงเขา

ค. ต้องใช้ความเร็ว และเกียร์ ให้ถูกต้องเหมาะสม

ง. ใช้เกียร์สูงขณะขึ้นเขา ลงเขา และเข้าโค้ง

เฉลย ค. การขับรถในทางขึ้นเขา ลงเขา และมีโค้งอันตรายอยู่ตลอดทาง ท่านต้องใช้ความเร็ว และเกียร์ ให้ถูกต้องและเหมาะสม

16. หากมีผู้ขับรถจี้ท้ายรถท่านในช่องทางขวาสุดและบีบแตรไล่หลังทั้งที่ช่องทางด้านซ้ายก็ว่างอยู่ ท่านควรปฏิบัติตนอย่างไร

ก. แซงไปก่อน แล้วขับรถไล่ตลอดทาง

ข. เร่งความเร็ว ไม่ให้แซงอย่างเด็ดขาด

ค. ขับรถหลีกทางเบี่ยงไปทางช่องทางด้านซ้ายอย่างระมัดระวัง

ง. กระพริบไฟด้านซ้ายเป็นสัญญาณให้แซงด้านซ้าย

เฉลย ค. หากมีผู้ขับรถจี้ท้ายรถท่านในช่องทางขวาสุดและบีบแตรไล่หลังทั้งที่ช่องทางด้านซ้ายก็ว่างอยู่ ท่านควรขับรถหลีกทาง โดยเบี่ยงไปทางช่องทางด้านซ้ายอย่างระมัดระวัง

17. ในขณะที่ท่านขับรถอยู่บนถนนและมีผู้อื่นแบ่งปันน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนให้ท่าน ข้อใดไม่ใช่วิธีที่ควรปฏิบัติ

ก. ส่งยิ้มแสดงการขอบคุณ

ข. โค้งศีรษะแสดงความขอบคุณ

ค. ยกมือขวาขึ้นระดับคิ้วแสดงการขอบคุณ

ง. เปิดไฟสูงแสดงการขอบคุณ

เฉลย ง. เมื่อมีผู้อื่นแบ่งปันน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนให้ ท่านไม่ควรเปิดไฟสูงแสดงการขอบคุณ ท่านสามารถแสดงความขอบคุณได้โดยโค้งศีรษะ ยกมือขวาขึ้นระดับคิ้ว หรือส่งยิ้มให้

18. ในกรณีที่ท่านขับรถผิดกฎหมาย ผิดกฎจราจร หรือก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นเมื่อเจ้าของรถคู่กรณีกำลังเผชิญหน้ากับท่าน สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ

ก. ขอให้มีการดำเนินตามกฎหมายว่าฝ่ายใดถูกฝ่ายใดผิด

ข. จอดรถลงมาถามว่าได้ทำความเดือนร้อนอะไรให้อย่างไร

ค. ยกมือขวาขึ้นระดับคิ้วพร้อมโค้งศีรษะ เพื่อสื่อให้รู้ว่าทำผิดและขอโทษ

ง. รีบขับรถไปจากที่นั้นโดยเร็วที่สุด

เฉลย ค. ในกรณีที่ท่านขับรถผิดกฎหมาย ผิดกฎจราจร หรือก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้ขับขี่รถอื่น ท่านควรยกมือขวาขึ้นระดับคิ้วพร้อมโค้งศีรษะ เพื่อสื่อให้รู้ว่าทำผิดและขอโทษ

19. เมื่อรถที่ขับตามหลังมาให้สัญญาณขอแซง มารยาทที่ดีเพื่อแสดงการตอบรับว่ายินยอมให้แซง คือข้อใด

ก. ให้สัญญาณไฟฉุกเฉิน

ข. ให้สัญญาณแตร

ค. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย

ง. ให้สัญญาณไฟสูง

เฉลย ค. เมื่อรถที่ขับตามหลังมาให้สัญญาณขอแซง มารยาทที่ดีเพื่อแสดงการตอบรับว่ายินยอมให้แซง คือ ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย

20. หลังจากประสบอุบัติเหตุและรอดชีวิตมาได้ข้อใดเป็นแนวคิดที่สะท้อนให้เห็นว่าผู้ขับรถมีจิตสำนึกความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

ก. นายดี กล่าวว่า เมื่อวานเพิ่งไปสะเดาะเคราะห์มาไม่งั้นคงไม่รอดแน่

ข. นายเอ กล่าวว่า เพราะพระเครื่องที่แขวนคออยู่คุ้มครองปกป้องรักษา

ค. นางบี กล่าวว่า ปีนี้หมอดูทายทักไว้ว่าดวงจะดีทำอะไรก็ไม่มีปัญหา

ง. น.ส.ซี กล่าวว่า ได้ศึกษาหาความรู้หลักการขับขี่ปลอดภัยอยู่เสมอ

เฉลย ง. น.ส.ซี กล่าวว่า ได้ศึกษาหาความรู้หลักการขับขี่ปลอดภัยอยู่เสมอ

21. ผู้ขับขี่ควรใช้แตรเมื่อใด

ก. ไล่คนเดินเท้าที่กำลังข้ามทางม้าลาย

ข. เร่งรถคันหน้าให้ขับเร็วขึ้น

ค. ป้องกันอันตรายหรืออุบัติที่อาจเกิดขึ้นจากรถ

ง. ทักทายผู้ขับขี่คันอื่นที่รู้จักกัน

เฉลย ค. ผู้ขับขี่ควรใช้แตรเพื่อป้องกันอันตรายหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากรถ

22. การกระทำของผู้ขับขี่ข้อใด ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

ก. พูดคุยกับคนที่อยู่ข้างๆ

ข. เปิดวิทยุฟังเพลง

ค. ร้องเพลง

ง. โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ

เฉลย ง. การใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูงกว่าการเปิดวิทยุฟังเพลงหรือพูดคุยกับคนที่อยู่ในรถ

23. การปลูกฝังจิตสำนึกความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนควรกระทำที่บุคคลในข้อใดมากที่สุด

ก. บุคคลทุกคน

ข. คนขับรถเท่านั้น

ค. คนเดินเท้าเท่านั้น

ง. ผู้โดยสารเท่านั้น

เฉลย ก. บุคคลทุกคน เป็นผู้ใช้รถและใช้ถนนร่วมกัน

24. เมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ ผู้ขับขี่ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นอันดับแรก

ก. การเคลื่อนย้ายรถที่เกิดเหตุ

ข. การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ค. รอประกันภัย

ง. รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เฉลย ข. เมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ ผู้ขับขี่ควรให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นอันดับแรก

25. ข้อใดเป็นการขับรถที่ถูกต้องทั้งกฎจราจรและมารยาทในการขับรถ

ก. การขับรถปาดหน้ารถคันอื่นอย่างกระชั้นชิด

ข. ขับรถช้าๆ ในช่องทางเดินรถทางขวา

ค. ขับรถโดยใช้ความเร็ว 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในกรณีที่ถนนว่าง

ง. หยุดรถให้คนข้ามถนนในบริเวณที่มีคนข้าม

เฉลย ง.การไม่หยุดรถให้คนข้ามทางเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายจราจรและแสดงถึงความไร้น้ำใจ

26. สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

ก. คน

ข. คน รถ

ค. คน รถ ถนน

ง. คน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม

เฉลย ง. ผู้ขับขี่รถเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด รองลงมาคือสภาพรถ สภาพถนนและสิ่งแวดล้อม

การขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

27. สาเหตุสำคัญที่ทำให้การขับรถในเวลากลางคืนมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าในเวลากลางวันคือข้อใด

ก. ทัศนวิสัยในการมองเห็น

ข. สภาพร่างกายของผู้ขับขี่และสภาพรถไม่พร้อม

ค. คนขับหลับในเนื่องจากเหนื่อยล้า

ง. ขับรถในขณะมึนเมา

เฉลย ก. การขับรถในเวลากลางคืนมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าในเวลากลางวัน เพราะมีทัศนะวิสัยในการมองเห็นที่ไม่ดี

29. ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่สามารถกระทำได้ในกรณีการใช้ไฟสูง

ก. ใช้ไฟสูงเพื่อส่องดูป้ายบอกทางหรือทางข้างหน้าเป็นครั้งคราว

ข. ใช้ไฟสูงขณะทีมีรถอยู่ข้างหน้า หรือมีรถสวนมา

ค. ไม่พอใจพฤติกรรมการขับรถของรถคันหน้าจึงใช้ไฟสูง เพื่อให้คนขับรถคันหน้ารู้ตัว

ง. ใช้ไฟสูงเพื่อให้คนขับรถคันอื่นทราบว่า ต้องใช้ความเร็วสูง โปรดอย่างขวางทาง

เฉลย ก. เมื่อขับรถในเส้นทางที่มืดมาก ท่านสามารถใช้ไฟสูงเพื่อส่องดูป้ายบอกทางหรือทางข้างหน้าได้เป็นครั้งคราว

30. การจอดรถขวางทางคันอื่น ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ใส่เบรกมือไว้

ข. ปลดเกียร์ว่าง ไม่ใช้เบรกมือ

ค. ใส่เกียร์เดินหน้า

ง. ใส่เกียร์ถอยหลัง

เฉลย ข. เมื่อจำเป็นต้องจอดรถขวางทางคันอื่น ท่านควรปลดเกียร์ว่าง ไม่ใช้เบรกมือ

4. หมวดเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

การสอบใบขับขี่ภาคทฤษฏีในหมวดคำถามเทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย จะทดสอบความรู้ความเข้าใจและทักษะการตัดสินใจในระหว่างการขับขี่ ทั้งการขับขี่ในสถานการณ์ปกติ และการขับขี่ในสถานการณ์ฉุกเฉินคับขัน มีรายละเอียดแบบข้อสอบใบขับขี่รถยนต์เรื่องเทคนิคความปลอดภัยดังนี้

1. การขับรถขณะฝนตก ข้อใดที่ผู้ขับขี่ไม่ควรปฏิบัติ

ก. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเส้นทาง

ข. เปิดที่ปัดน้ำฝน

ค. ใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น

ง. ลดความเร็วของรถลงกว่าปกติ

เฉลย ก. การขับรถขณะฝนตก ผู้ขับขี่ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินตลอดเส้นทาง

2. เมื่อเกิดรถเสีย ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. จอดรถทิ้งไว้กลางถนน

ข. นำกิ่งไม้วางไว้ท้ายรถ

ค. เผาป่าข้างทางหากเป็นกลางคืน

ง. นำรถจอดเข้าข้างทาง เปิดไฟฉุกเฉิน

เฉลย ง. เมื่อเกิดรถเสีย ควรนำรถจอดเข้าข้างทาง เปิดไฟฉุกเฉิน

3. การจับพวงมาลัยนิ้วมือควรอยู่ในลักษณะใด

ก. นิ้วมือทั้งห้า จับพวงมาลัยให้กระชับ สามารถหมุนได้คล่องตัว

ข. นิ้วมือทั้งห้า กำพวงมาลัยให้แน่นที่สุด

ค. นิ้วมือทั้งห้าแตะที่พวงมาลัย สามารถหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว

ง. ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับพวงมาลัยเพียงสองนิ้ว

เฉลย ก. การจับพวงมาลัยรถ นิ้วมือทั้งห้าต้องจับพวงมาลัยให้กระชับ สามารถหมุนได้คล่องตัว

4. ขณะขับรถขึ้นทางลาดชัน ถ้าเครื่องยนต์ดับควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เหยียบเบรก ดึงเบรกมือ เข้าเกียร์ว่าง และติดเครื่องใหม่

ข. เหยียบเบรก ดึงเบรกมือ และ ติดเครื่องใหม่

ค. เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ ดึงเบรกมือ และติดเครื่องใหม่

ง. ปล่อยให้รถไหลไป แล้วค่อยประคองรถ

เฉลย ก. หากเครื่องยนต์ดับขณะขับรถขึ้นทางลาดชัน ให้เหยียบเบรก ดึงเบรกมือ เข้าเกียร์ว่าง และติดเครื่องใหม่

5. ขณะขับรถยางรถแตก จะมีอาการอย่างไร

ก. พวงมาลัยรถจะไร้น้ำหนัก

ข. พวงมาลัยจะหนัก รถจะเอียง

ค. รถหยุดกะทันหัน

ง. เบรกจะไม่ทำงาน

เฉลย ข. หากยางรถแตกขณะขับรถ พวงมาลัยรถจะหนักและรถจะเอียง

6. ข้อใดเป็นวิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรถเกิดไฟลัดวงจร

ก. หาผ้าหนา ๆ มาตบ

ข. ตัดกระแสไฟ หรือหาทางงัดขั้วแบตเตอรี่ออกก่อน

ค. วิ่งหาน้ำมันมาราด 

ง. ใช้ทรายสาดใส่

เฉลย ข. วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรถเกิดไฟลัดวงจร คือ ตัดกระแสไฟหรือหาทางตัดขั้วแบตเตอรี่ออกก่อน

7. ข้อใดเป็นการสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง

ก. ขึ้นเบรกมือ-ปลดเกียร์ว่าง-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-เหยียบคลัทช์-สตาร์ทเครื่องยนต์

ข. ปลดเกียร์ว่าง-ขึ้นเบรกมือ-สตาร์ทเครื่องยนต์

ค. เหยียบคลัทช์-สตาร์ทเครื่องยนต์

ง. ปลดเบรกมือ-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-สตาร์ทเครื่องยนต์

เฉลย ก. การสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง คือ ขึ้นเบรกมือ-ปลดเกียร์ว่าง-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-เหยียบคลัทช์-สตาร์ทเครื่องยนต์

8. การขับขี่ขึ้นหรือลงทางลาดชัน ควรใช้เกียร์ใด

ก. เกียร์ต่ำ

ข. เกียร์สูง

ค. เกียร์ว่าง.

ง. เกียร์ใดก็ได้

เฉลย ก. การขับขี่ขึ้นหรือลงทางลาดชัน ควรใช้เกียร์ต่ำ

9. เพราะเหตุใดรถจึงลื่นไถลได้ง่ายขณะฝนตกใหม่ๆ

ก. น้ำฝนทำให้ถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ

ข. น้ำฝนจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มรองรับระหว่างยางกับพื้นถนน

ค. ถนนคอนกรีตดูดซับน้ำฝนได้เป็นอย่างดี

ง. พื้นถนนปรับอุณหภูมิเร็วเกินไป

เฉลย ข. น้ำฝนจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มรองรับระหว่างยางกับพื้นถนน จึงลื่นไถลได้ง่ายขณะฝนตกใหม่ๆ

10. หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติสิ่งใดเป็นอันดับแรก

ก. แจ้งกู้ภัย

ข. แจ้งตำรวจ

ค. แจ้งประกันภัยรถยนต์

ง. ให้สัญญาณเพื่อเตือนให้รถอื่นทราบ

เฉลย ง. หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณเพื่อเตือนให้รถอื่นทราบ

11. หากมีผู้บาดเจ็บหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ท่านควรปฏิบัติอย่างไรหากตัวท่านมิได้รับบาดเจ็บ

ก. ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล

ข. ไม่ต้องสนใจหากผู้บาดเจ็บไม่ใช่คนที่ท่านรู้จัก

ค. แจ้งตำรวจที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

ง. รีบแจ้งหน่วยกู้ภัยให้เร็วที่สุด

เฉลย ก. หากมีผู้บาดเจ็บหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ท่านควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล

12. ในสภาพถนนปกติ รถพร้อม คนพร้อม ขับรถตามรถคันหน้าต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่าใดจึงจะปลอดภัยเมื่อรถคัน หน้าหยุด

ก.  หนึ่งช่องรถ

ข. 3 เมตร

ค. 5 เมตร

ง. ห่างพอสมควรและสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย

เฉลย ง. การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ผู้ขับขี่สามารถหยุดรถได้ทัน เป็นการขับรถอย่างปลอดภัย

13. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องในการขับขี่

ก. เมื่อรถคันหลังขับตามมาในระยะกระชั้นชิด ควรเพิ่มความเร็ว

ข. น้ำหนักและความเร็วของตัวรถมีผลต่อระยะทางในการหยุดรถ

ค. ระยะปลอดภัยของรถใหญ่จะต้องมีมากกว่าระยะปลอดภัยของรถยนต์

ง. เมื่อระยะห่างกับรถคันหน้าน้อยเกินไป ควรลดความเร็ว

เฉลย ก. เมื่อรถคันหลังขับตามมาในระยะกระชั้นชิด ควรเพิ่มความเร็ว เป็นการขับขี่ที่ไม่ถูกต้อง

14. การเปิดไฟสูงในสถานการณ์ใดถูกต้อง

ก. เปิดไฟสูงขณะที่ไม่มีรถสวนทาง

ข. เปิดไฟสูงขณะฝนตกหนัก

ค. เปิดไฟสูงเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ

ง. เปิดไฟสูงเมื่อขับรถตามหลังคันหน้า

เฉลย ก. เปิดไฟสูงขณะที่ไม่มีรถสวนทาง เป็นการเปิดไฟสูงในสถานการณ์ที่ถูกต้อง

15. สิ่งใดเป็นปัจจัยที่ทำให้การเบรกด้อยประสิทธิภาพ

ก. การดูแลเอาใจใส่สภาพเครื่องยนต์และระบบช่วงล่าง

ข. ความว่องไวในการตอบสนองของร่างกายดีเยี่ยม

ค. การดื่มสุราก่อนขับรถ

ง. การดูแลเอาใจใส่ลมยาง

เฉลย ค. การดื่มสุราก่อนขับรถเป็นปัจจัยที่ทำให้การเบรกด้อยประสิทธิภาพ

16. ในการขับขี่ภายในชุมชน ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับสิ่งใด

ก. ป้ายโฆษณาข้างทาง

ข. รถโดยสารที่กำลังจอดและกำลังเคลื่อนที่ออก

ค. สัตว์ที่ถูกปล่อยอยู่บนถนน

ง. คนขี่จักรยาน

เฉลย ก. ในการขับขี่ภายในชุมชน ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับป้ายโฆษณาข้างทาง

17. เมื่อท่านขับรถที่มีน้ำหนักบรรทุกมาก ข้อใดถูกต้องมากที่สุด

ก. ประสิทธิภาพของเบรกจะน้อยลง เบรกยาวขึ้น

ข. ระบบกันสะเทือนจะนุ่มนวลมากขึ้น

ค. ควันไอเสียจะมากขึ้น

ง. เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ

เฉลย ก. เมื่อท่านขับรถที่มีน้ำหนักบรรทุกมาก ประสิทธิภาพของเบรกจะน้อยลง ระยะเบรกจะยาวขึ้น

18. เมื่อท่านขับรถที่บรรทุกสิ่งของที่มีความสูงจะมีผลอย่างไร

ก. แรงหนีศูนย์ของรถและสิ่งของจะน้อยลง

ข. จุดศูนย์ถ่วงจะสูงขึ้นทำให้พลิกคว่ำได้ง่าย

ค. แรงเหวี่ยงของรถจะน้อยลงเนื่องจากน้ำหนักบรรทุก

ง. ระยะเบรกจะสั้นลง

เฉลย ข. เมื่อท่านขับรถที่บรรทุกสิ่งของที่มีความสูง จุดศูนย์ถ่วงจะสูงขึ้นทำให้พลิกคว่ำได้ง่าย

5. หมวดการบำรุงรักษารถ

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ข้อเขียนในหมวดการบำรุงรักษารถ จะทดสอบความรู้ของผู้เข้าสอบใบอนุญาตขับขี่เกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพการใช้งานและวิธีการบำรุงรักษาอะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์เบื้องต้น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายชำรุดหรือเกิดอุบัติเหตุในระหว่างขับขี่

1. สาเหตุไฟไม่ชาร์จเข้าแบตเตอรี่เกิดจากอะไร

ก. เปิดเครื่องเสียงมากเกินไป

ข. ฉนวนหุ้มขั้วแบตเตอรี่หลุด

ค. เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวมากเกินไป

ง. ไดชาร์จชำรุดหรือสายพานไดชาร์จหย่อนหรือขาด

เฉลย ง. สาเหตุไฟไม่ชาร์จเข้าแบตเตอรี่เกิดจากไดชาร์จชำรุดหรือสายพานไดชาร์จหย่อนหรือขาด

2. การตรวจเช็คแบตเตอรี่แบบง่ายๆ ว่ามีไฟปกติหรือไม่ กระทำได้อย่างไร

ก. บีบแตรและฟังเสียงว่าปกติหรือเบาลง

ข. ออกรถ 2-3 เมตรแล้วทดสอบเบรก

ค. เหยียบคลัตช์และเข้าเกียร์ให้ครบ

ง. หมุนพวงมาลัยไปด้านซ้ายและขวา

เฉลย ก. การตรวจเช็คแบตเตอรี่แบบง่ายๆ ว่ามีไฟปกติหรือไม่ ควรบีบแตรและฟังเสียงว่าปกติหรือเบาลง

3. วิธีใดเป็นวิธีการแก้ไขเบื้องต้นเมื่อเกิดไฟลัดวงจร

ก. รีบเปิดฝาหม้อน้ำทันที

ข. ดับเครื่องยนต์และถอดขั้วแบตเตอรี่ออก

ค. รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ง. ใช้น้ำสาดทันที

เฉลย ข. เมื่อเกิดไฟลัดวงจร ควรดับเครื่องยนต์และถอดขั้วแบตเตอรี่ออก

4. ถ้าขั้วแบตเตอรี่มีคราบขี้เกลือ วิธีการใดเป็นการแก้ไขที่ดีที่สุด

ก. ใช้น้ำอุ่นล้างและทาจาระบี

ข. ใช้น้ำส้มสายชูล้าง

ค. ใช้น้ำมะนาวล้าง

ง. ใช้น้ำกลั่นล้าง

เฉลย ก. ขั้วแบตเตอรี่มีคราบขี้เกลือ วิธีการแก้ไขคือ ใช้น้ำอุ่นล้างและทาจาระบีที่ขั้วแบตเตอรี่

5. ไดสตาร์ททำหน้าที่อะไร

ก. ทำให้หมุนพวงมาลัยได้ดี

ข. ทำให้เครื่องยนต์ติด

ค. ทำให้ระบบเบรกทำงานดีขึ้น

ง. ทำให้แอร์ในรถเย็นขึ้น

เฉลย ข. ไดสตาร์มีหน้าที่ทำให้เครื่องยนต์ติด

6. ท่านควรเติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถเครื่องยนต์เบนซินอย่างไร

ก. เติมค่าที่ต่ำกว่าค่าที่กำหนดเพื่อความประหยัด

ข. เติมสูงกว่าค่าที่กำหนดเพื่อป้องกันเครื่องยนต์เสียหาย

ค. เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนตามที่ระบุไว้ในคู่มือรถ

ง. เติมค่าเท่าใดก็ได้ตามความสะดวก

เฉลย ค. เติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถเครื่องยนต์เบนซินเติมที่มีค่าออกเทนตามที่ระบุไว้ในคู่มือรถ

7. หากท่านเติมน้ำมันผิดประเภทควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เติมชนิดที่ถูกเข้าไปเพื่อทำให้เจือจาง

ข. ขับไปให้หมดถังแล้วเติมชนิดที่ถูกเข้าไป

ค. ทำการเปลี่ยนถ่ายออกทันที

ง. ขับไปถ้ามีผลต่อเครื่องยนต์ค่อยถ่ายออก

เฉลย ค. หากเติมน้ำมันผิดประเภทควรทำการเปลี่ยนถ่ายออกทันที

8. ในขณะที่ท่านเติมน้ำมันเชื้อเพลิงท่านควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ดับเครื่องยนต์

ข. ลงจากรถและเดินออกให้ไกล

ค. ไม่ต้องทำอะไร

ง. ติดเครื่องยนต์ไว้

เฉลย ก. ในขณะที่ท่านเติมน้ำมันเชื้อเพลิงท่านควรดับเครื่องยนต์

9. รถเครื่องยนต์ดีเซลหากมีควันดำมากผิดปกติเกิดจากสาเหตุใด

ก. กรองอากาศตัน

ข. เติมน้ำมันผิดประเภท

ค. เติมน้ำมันปลอม

ง. ในน้ำมันเชื้อเพลิงมีน้ำผสมอยู่

เฉลย ก. รถเครื่องยนต์ดีเซลหากมีควันดำมากผิดปกติเกิดจากสาเหตุกรองอากาศตัน

10. การเติมลมยางข้อใดถูกต้อง

ก. เติมในขณะยางยังร้อนอยู่

ข. ควรเติมลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่

ค. ควรเติมลมยางให้แข็งมากๆ

ง. ควรเติมลมยางให้อ่อนมากๆ

เฉลย ข. การเติมลมยางที่ถูกต้องควรเติมลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่

11. การเติมลมยางสำหรับรถยนต์ ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ใช้วิธีเคาะแล้วฟังเสียงยาง

ข.คาดคะเนด้วยสายตา

ค. ปฏิบัติตามคู่มือการใช้รถ

ง. เติมเท่าไรก็ได้

เฉลย ค. การเติมลมยางสำหรับรถยนต์ ควรปฏิบัติตามคู่มือการใช้รถ

12. การตรวจความตึงของสายพานควรทำอย่างไร

ก. ใช้ไม้เคาะ

ข. ดูด้วยสายตาก็พอ

ค. ใช้มือกดที่กึ่งกลางสายพาน

ง. ถอดสายพานออกเพื่อนำมาวัด

เฉลย ค. การตรวจความตึงของสายพานควรใช้มือกดที่กึ่งกลางสายพาน

13. ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรกอย่างรุนแรงเมื่ออยู่ในสถานการณ์ใด

ก. ทางขึ้นลาดชัน

ข.ทางร่วม ทางแยก

ค. ทางโค้ง

ง. ทางลงลาดชัน

เฉลย ค. ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรกอย่างรุนแรงเมื่ออยู่ทางโค้ง

14. ถ้าไม่ปลดล็อกเบรกมือเมื่อเคลื่อนรถจะมีอาการอย่างไร

ก. เมื่อรถเคลื่อนตัวจะรู้สึกว่ารถเร่งความเร็วไม่ขึ้น

ข. เมื่อรถเคลื่อนตัวจะรู้สึกว่ารถออกตัวเร็วขึ้น

ค. เมื่อหมุนพวงมาลัยจะรู้สึกหนัก

ง. เครื่องยนต์มีอาการสะดุด

เฉลย ก. ถ้าไม่ปลดล็อคเบรกมือเมื่อรถเคลื่อนตัวจะรู้สึกว่ารถเร่งความเร็วไม่ขึ้น

15. เบรกเท้าจะทำงานที่ล้อใดบ้าง

ก. ล้อหน้าซ้าย ล้อหลังขวา

ข.ล้อคู่หน้า

ค. ล้อคู่หลัง

ง. ทั้ง.4 ล้อ

เฉลย ง. เบรกเท้าจะทำงานทั้ง 4 ล้อ

16. เมื่อเหยียบเบรกแล้วเกิดเสียงดังเป็นเพราะสาเหตุใด

ก. ผ้าเบรกหมดหรือหมดอายุ

ข. ยางหมดอายุ

ค. ลมยางอ่อน

ง. ลมยางแข็ง

เฉลย ก. เมื่อเหยียบเบรกแล้วเกิดเสียงดังเป็นเพราะ ผ้าเบรกหมดหรือหมดอายุ

17. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์

ก. ระบายความร้อนออกจากหม้อน้ำ

ข. หล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่เพื่อลดการสึกหรอ

ค. ทำความสะอาดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์

ง. ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์

เฉลย ก. หน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์ ได้แก่ หล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่เพื่อลดการสึกหรอ ทำความสะอาดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์

18. ถ้าระดับน้ำมันเครื่องยนต์ต่ำเกินไปจะมีผลอย่างไร

ก. ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ข.ยืดอายุการทำงานของชิ้นส่วนเครื่องยนต์

ค. เครื่องแรงสตาร์ทติดง่าย

ง. ทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์สึกหรออย่างรวดเร็ว

เฉลย ถ้าระดับน้ำมันเครื่องยนต์ต่ำเกินไปจะทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์สึกหรออย่างรวดเร็ว

19. หม้อน้ำรถยนต์มีหน้าที่อะไร

ก. ระบายความร้อนของเครื่องยนต์

ข. ทำให้รถวิ่งเร็วขึ้น

ค. ระบายความร้อนให้ห้องผู้โดยสาร

ง. ทำให้ประหยัดน้ำมัน

เฉลย ก. หม้อน้ำรถยนต์มีหน้าที่ระบายความร้อนของเครื่องยนต์

20. อุณหภูมิเครื่องยนต์ที่ทำงานปกติควรอยู่เท่าไร

ก. 60-70 องศาเซลเซียส

ข.50-60 องศาเซลเซียส

ค. 40-50 องศาเซลเซียส

ง. 80-95 องศาเซลเซียส

เฉลย ง. อุณหภูมิเครื่องยนต์ที่ทำงานปกติควรอยู่ระหว่าง 80-95 องศาเซลเซียส

21. ถ้าพัดลมหม้อน้ำเสียจะเกิดอะไรขึ้น

ก. อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะเพิ่มขึ้น

ข.อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะลดลง

ค. อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะคงที่

ง. ประหยัดน้ำมัน

เฉลย ถ้าพัดลมหม้อน้ำเสียจะทำให้อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น

22. ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำในกรณีใด

ก. เปิดตอนเช้าขณะยังไม่ติดเครื่องยนต์

ข. เครื่องเย็น

ค. เครื่องร้อนจัด

ง. เปิดถังพักสำรองหม้อน้ำเพื่อเติมน้ำ

เฉลย ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำในกรณีเครื่องร้อนจัด

23. ข้อใดคือวิธีป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัด

ก. เติมยางรถยนต์ให้มากกว่าปกติ

ข. เปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ให้แรง

ค. เปลี่ยนพัดลมให้ใหญ่ขึ้น

ง. ตรวจระดับน้ำในหม้อน้ำก่อนใช้งานทุกวัน

เฉลย ง. การตรวจระดับน้ำในหม้อน้ำก่อนใช้งานทุกวันคือวิธีป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัด

24. การตรวจสอบลมยางล้อรถ จะต้องตรวจสอบที่ล้อใด

ก. เฉพาะล้อหน้า

ข. เฉพาะล้อหลัง

ค. ทั้งสี่ล้อ

ง. ทั้งสี่ล้อและล้ออะไหล่

เฉลย ง. การตรวจสอบลมยางล้อรถ จะต้องตรวจสอบทั้งสี่ล้อและล้ออะไหล่

25. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

ก. แม่แรงค้ำยัน ใช้ในการยกรถ

ข. ยางอะไหล่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

ค. ไฟฉาย ช่วยในการหาจุดชำรุดในเวลากลางคืน

ง. อุปกรณ์ดับเพลิง ใช้เมื่อเกิดเพลิงไหม้เครื่องยนต์

เฉลย ข. อุปกรณ์ที่จำเป็นควรมีไว้ติดรถ ได้แก่ แม่แรง ไฟฉาย อุปกรณ์ดับเพลิง ยางอะไหล่ เป็นต้น

26. ข้อใดเป็นการตรวจเช็คและบำรุงรักษาอุปกรณ์รถยนต์ที่ไม่ถูกต้อง

ก. เติมน้ำฉีดกระจกด้วยน้ำสะอาดผสมน้ำยาล้างจานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างสิ่งสกปรก

ข. เติมน้ำมันเครื่องโดยเติมให้อยู่ระดับบนเสมอ

ค. ควรใช้น้ำกลั่นเติมลงในแบตเตอรี่ทุกครั้ง

ง. ควรตรวจสอบการรัดตรึงของหัวขั้วแบตเตอรี่ให้มีสภาพพร้อมใช้งานเสมอ

เฉลย ก. การตรวจเช็คและบำรุงรักษาอุปกรณ์รถยนต์ ได้แก่ เติมน้ำมันเครื่องโดยเติมให้อยู่ระดับบนเสมอ ควรใช้น้ำกลั่นเติมลงในแบตเตอรี่ทุกครั้ง ควรตรวจสอบการรัดตรึงของหัวขั้วแบตเตอรี่ให้มีสภาพพร้อมใช้งานเสมอ

27. เพราะเหตุใดจึงไม่ควรเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำให้เต็มถัง

ก. เพราะต้องสำรองเนื้อที่ในการขยายตัวของน้ำเมื่อเกิดความร้อน

ข. เพราะน้ำในหม้อน้ำจะร้อนมากยิ่งขึ้น

ค. เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ชำรุด

ง. เพราะจะทำให้หม้อน้ำเป็นสนิมมากยิ่งขึ้น

เฉลย ก. ไม่ควรเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำให้เต็มถัง เพราะต้องสำรองเนื้อที่ในการขยายตัวของน้ำเมื่อเกิดความร้อน

28. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์ควรตรวจสอบอะไรบ้าง

ก. ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา

ข. ไฟเบรกและไฟหน้า

ค. ไฟหน้าและไฟเลี้ยวซ้ายขวา

ง. ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวาและไฟหน้าสูงต่ำ-ไฟหรี่-ไฟเบรก-ไฟส่องป้ายทะเบียนรถ

เฉลย ง. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์ ควรตรวจสอบไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา และไฟหน้าสูงต่ำ-ไฟหรี่-ไฟเบรก-ไฟส่องป้ายทะเบียนรถ

29. การตรวจสอบลมยางที่ถูกต้องจะต้องทำเมื่อใด

ก. เมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิต่ำ

ข. หลังจากที่ขับขี่ติดต่อมาหลายชั่วโมง

ค. เมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิสูง

ง. หลังจากที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง

เฉลย ก. การตรวจสอบลมยางที่ถูกต้องจะต้องทำเมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิต่ำ