วันอาทิตย์, 3 พฤษภาคม 2569

ระเบิดภูเขาเทสารเคมี! แม่น้ำกกกำลังจะตาย ชุมชนสิ้นหวัง-เศรษฐกิจพังยับ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงรายร่วมกับสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตจัดเวทีหารือเพื่อจัดทำข้อเสนอเตรียมเข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นของกรมทรัพยากรน้ำในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ว่าด้วยการแก้ปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย

ผู้เข้าร่วมกว่า 50 คนจากหลายชุมชนท้องถิ่นได้แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับแนวทางของภาครัฐที่ใช้ “ฝายดักตะกอน” แก้สารปนเปื้อน โดยยืนยันว่าไม่สามารถกำจัดสารพิษได้จริง และเสนอให้มีแนวทางที่ยั่งยืนและตรวจสอบได้

นายสายัณห์ ข้ามหนึ่ง ผู้อำนวยการสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เปิดเผยว่า สถานการณ์ปนเปื้อนยังรุนแรง พบปลากดมีตุ่มและจุดสีขาวผิดปกติ เด็กที่ลงเล่นน้ำมีอาการตุ่มและแผลผิวหนัง ส่วนเกษตรกรและชาวบ้านได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทั้งจากการท่องเที่ยวที่ซบเซา แม่ค้าริมน้ำขาดทุนหลายแสนบาท และสินค้าการเกษตร เช่น กระเจี๊ยบเขียวและข้าวโพดหวาน ถูกระงับการรับซื้อและงดส่งออก

นายกินุ เฉลิมเลี่ยมทอง นายกสมาคมลาหู่ประเทศไทยและนานาชาติ กล่าวว่าการสร้างฝายดักตะกอนไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการสารพิษ และเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งเวทีระดับภูมิภาคเพื่อหารือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา ที่มีการทำเหมืองต้นแม่น้ำกกซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการปนเปื้อน พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของจีนในการดำเนินงานเหมืองดังกล่าว

นายบุญศรี พนาสง่าวงศ์ ตัวแทนชุมชนบ้านแคววัวดำ กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านต้องเผชิญผลกระทบจากนโยบายสำรวจเหมืองแรร์เอิร์ธตามบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยลงนามกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ลุ่มน้ำกก พืชผลขายไม่ได้ ปลาก็ไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้ทั้งเศรษฐกิจและวิถีชุมชนริมน้ำทรุดหนัก

อ้างอิงที่มา https://web.facebook.com/share/p/1B7v38fPUL/