
จังหวัดเชียงรายออกมาตรการเข้มข้น เพื่อรับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูแล้งของทุกปี โดยประกาศขอความร่วมมืองดการเผาในที่โล่งทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2569 และจะเข้าสู่ช่วง “ห้ามเผาโดยเด็ดขาด” ระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 86 วันเต็ม เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวมของจังหวัด
ในช่วงระยะ “ขอความร่วมมือ” 1 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดขอให้ทุกภาคส่วนงดการเผาในที่โล่งทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเศษวัสดุทางการเกษตร ขยะมูลฝอย ใบไม้แห้ง หรือวัชพืช พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิงกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อน หากมีความจำเป็นต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิง เพื่อลดโอกาสการเกิดไฟลุกลามและลดจุดความร้อนในพื้นที่
เมื่อเข้าสู่ช่วง “ห้ามเผาโดยเด็ดขาด” 14 กุมภาพันธ์ – 10 พฤษภาคม 2569 จะห้ามการเผาทุกชนิดอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่การเกษตร เขตชุมชนเมืองและชนบท รวมถึงการเผาขยะทุกประเภท โดยจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ฝ่าฝืน ทั้งในด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายป่าไม้ และระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง
มาตรการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยลดระดับฝุ่น PM2.5 ลงราว 15–30% ลดพื้นที่การเผาไหม้ลงประมาณ 30–50% และลดจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานให้เหลือน้อยที่สุด ส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชน นักเรียน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนช่วยรักษาทรัพยากรป่าไม้ ภูมิทัศน์ของจังหวัด และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเชียงรายในระยะยาว
ทั้งนี้ จังหวัดขอความร่วมมือประชาชน
- งดเผาขยะ ใบไม้ และเศษวัสดุทางการเกษตรในช่วงเวลาที่กำหนด โดยหันมาใช้วิธีจัดการอื่น เช่น ไถกลบ ตัดฟาง ตีตอ ทำปุ๋ย หรือประสานเจ้าหน้าที่เพื่อขอคำแนะนำด้านการจัดการเชื้อเพลิงที่เหมาะสม
- หากพบเห็นการลักลอบเผา หรือเหตุไฟป่า สามารถแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที
ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายจึงมีบทบาทสำคัญในการร่วมมือกันลดการเผาในที่โล่ง เพื่อลดฝุ่น PM2.5 และสร้างคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นให้กับคนเชียงรายและนักท่องเที่ยวตลอดช่วงต้นปี 2569 นี้