
ตามข้อมูลพื้นฐานด้านเศรษฐกิจของกระทรวงเกษตรฯ ขนาดเศรษฐกิจจังหวัดเชียงราย (GPP) ปี 2566 อยู่ราว 116,580 ล้านบาท โดยเป็นภาคเกษตรประมาณ 29,466 ล้านบาท หรือราวหนึ่งในสี่ของทั้งจังหวัด เอกสารประกอบแผนเศรษฐกิจจังหวัดและการประมาณการล่าสุดประเมินว่า GPP ต่อหัวของคนเชียงรายจะทยอยขยับขึ้นต่อเนื่องในช่วงแผน 2566–2570 แม้จะเคยสะดุดช่วงโควิด แต่แนวโน้มระยะกลางยังเป็นบวก
รายงานประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดประจำปี 2567–2568 คาดว่าเศรษฐกิจเชียงรายจะเติบโตประมาณ 2.1% ในปี 2567 และขยับเป็น 3.1% ในปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการค้าชายแดน ภาคบริการ การบริโภคภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ นั่นหมายความว่า ในภาพรวม “เค้กเศรษฐกิจ” ของเชียงรายมีแนวโน้มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่อยู่ที่ว่าใครจะได้ส่วนแบ่งมากน้อยแค่ไหน
1. ภาคเกษตร: จากเกษตรดั้งเดิมสู่เกษตรนวัตกรรม
เชียงรายยังเป็นจังหวัดที่คนจำนวนมากทำอาชีพเกษตร ทั้งข้าว ข้าวโพด ยางพารา ไม้ผล กาแฟ พืชผัก และประมงน้ำจืดตามลุ่มน้ำกก–โขง แผนพัฒนาด้านการเกษตรจังหวัดเชียงราย พ.ศ.2566–2570 กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า จังหวัดต้องเป็น “เมืองเกษตรนวัตกรรม สินค้าเกษตรปลอดภัย มีคุณภาพสู่ตลาดสากล” พร้อมทั้งแบ่งประเด็นยุทธศาสตร์ เช่น การสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสู่เกษตรปลอดภัย–เกษตรอินทรีย์ และการพัฒนาการตลาด–แปรรูปเพิ่มมูลค่า
ในแผนปฏิบัติการปี 2566 มีโครงการสำคัญสำหรับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน เช่น
- ยกระดับ Smart Farmer และกลุ่มต้นแบบ
- โครงการใช้ เชื้อรา ลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้
- ยกระดับ วิสาหกิจชุมชนต้นแบบ ให้เข้าถึงตลาดมากขึ้น
- การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยระบบ IoT และเกษตรอัจฉริยะ
- ยกระดับการผลิตข้าวและไม้ผล (ลำไย–ลิ้นจี่) ให้ได้มาตรฐานอาหารปลอดภัย
- พัฒนาระบบเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ
- บ่มเพาะ Local Startup เชื่อมสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนสู่ตลาดทุกระดับ
สำหรับเกษตรกร นี่คือโอกาสที่จะขยับจากการขายผลผลิตสด ๆ อย่างเดียว ไปสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและการแปรรูป เพื่อให้มูลค่าเพิ่มอยู่ในชุมชนมากขึ้น ไม่ถูกดูดไปอยู่แค่ปลายทางในเมืองใหญ่
2. ภาคท่องเที่ยวและบริการ: เครื่องยนต์หลังโควิด
แผนพัฒนาจังหวัดและแผนท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 วางตำแหน่งให้เชียงรายเป็น “เมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ สะอาด ปลอดภัย น่ายล” โดยเน้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมล้านนา ศิลปะร่วมสมัย วิถีชาติพันธุ์ และธรรมชาติบนภูเขา
ด้านตัวเลข เศรษฐกิจเชียงรายในรายงานประมาณการระบุว่า ภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจจังหวัดกลับมาขยายตัวได้หลังโควิด จำนวนผู้มาเยือนมากขึ้นทำให้รายได้จากโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และค้าปลีกเติบโตตาม แผนจังหวัดจึงมุ่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมให้มีคุณภาพดีขึ้น พร้อมสร้างกิจกรรม–เทศกาลใหม่ ๆ และเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและพื้นที่ชายแดน เช่น แม่สาย เชียงของ สามเหลี่ยมทองคำ และดอยยอดนิยมรอบจังหวัด
สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว นั่นแปลว่า “โอกาส” มาพร้อมกับ “โจทย์ใหม่” คือ ต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับแนวคิดท่องเที่ยวสร้างสรรค์และยั่งยืน เช่น แพ็กเกจท่องเที่ยวชุมชน สายศิลปะ สายกาแฟ สายเกษตร–ฟาร์มทัวร์ ฯลฯ เพื่อให้รองรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่มองหาอะไรใหม่ ๆ มากกว่าการแค่แวะถ่ายรูปแล้วกลับ
3. การค้าและโลจิสติกส์ชายแดน: ใช้ทำเลเชียงรายให้เต็มประสิทธิภาพ
เชียงรายตั้งอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ของลุ่มน้ำโขง เชื่อมไทยกับลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A และด่านชายแดนต่าง ๆ เช่น แม่สาย เชียงของ เชียงแสน แผนพัฒนาจังหวัดจึงระบุชัดเจนว่าต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน ด่านศุลกากร และระบบโลจิสติกส์ให้รองรับทั้งสินค้าและนักท่องเที่ยว
รายงานเศรษฐกิจจังหวัดชี้ว่าการค้าชายแดนเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจเชียงราย โดยช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น ขนส่ง คลังสินค้า ร้านค้าชายแดน โรงแรม และบริการอื่น ๆ รอบด่าน เมื่อโครงข่ายถนนและด่านได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง เชียงรายก็มีโอกาสจะเติบโตในฐานะศูนย์กลางการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวเชื่อมประเทศใน GMS มากขึ้นในช่วงแผน 5 ปีนี้
สรุป: เศรษฐกิจเชียงรายกำลังขยาย แต่ต้องเกาะให้ถูกจุด
เมื่อนำข้อมูลจากแผนพัฒนาจังหวัดและรายงานเศรษฐกิจมารวมกัน จะเห็นว่าเศรษฐกิจเชียงรายในช่วงปี 2566–2570 ถูกขับเคลื่อนด้วย 3 แกนใหญ่คือ เกษตร ท่องเที่ยว และชายแดน หากเราเป็นเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบการท่องเที่ยว–บริการ การรู้ทิศทางนี้จะช่วยให้วางแผนลงทุน อัปสกิล และปรับรูปแบบธุรกิจให้ทันกับโอกาสที่กำลังมาถึง
ที่มาและอ่านแผนฉบับเต็ม : แผนพัฒนาจังหวัดเชียงราย พ.ศ.2566–2570