วันจันทร์, 20 พฤษภาคม 2567

บัตรคนจน เช็คเงื่อนไข ลงทะเบียนบัตรคนจน ปี 65 

บัตรคนจน – บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 เช็คเงื่อนไขการลงทะเบียน !ครม.ไฟเขียวโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 คาดใช้สิทธิตุลาคม พร้อมปรับเงื่อนไข 

ประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ประมาณ 20 ล้านคน (ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ เดิมและผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิรายใหม่) คาดว่าจะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 65  

คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565  มีดังนี้ 

  • ผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องไม่เป็นภิกษุ ผู้ต้องขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ ข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐ 
  • รายได้ของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี และรายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี และผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีวงเงินกู้ หรือมีวงเงินกู้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์ เช่น วงเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และวงเงินกู้สำหรับยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นต้น 
  • ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ คกกฯกำหนด

เงื่อนไขที่มีการปรับเปลี่ยนจากเดิม

  • เปิดรับลงทะเบียนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และจะมีการดำเนินการตรวจสอบ คุณสมบัติและตรวจสอบข้อมูลของผู้ลงทะเบียน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 
  • ผู้ได้รับสิทธิในปี 2565 สามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนแทนบัตร สวัสดิการฯ เนื่องจากบัตรสวัสดิการฯ ที่เริ่มใช้งานตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560 มีอายุการใช้งาน 5 ปี และจะหมดอายุในเดือน ก.ย. 2565 

ส่วนผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจนอยู่แล้ว ในวันนี้ ทางกรมบัญชีกลางก็เริ่มจ่ายวงเงินประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ให้ โดยจะจ่ายค่าอะไรบ้าง ตรวจสอบรายละเอียดดังนี้

ทุกวันที่ 1 ของเดือน

  • วงเงินซื้อสินค้า200/300 บาทต่อเดือน 
  • โครงการเพิ่มกำลังซื้อ ตามมติ ครม.เพิ่มให้อีก 200 บาท 3 เดือน (ก.พ.-เม.ย. 65)
  • ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือน
  • บขส. 500 บาทต่อเดือน
  • รถไฟ 500 บาทต่อเดือน
  • รถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) / ขสมก. 500 บาทต่อเดือน 
  • ถอนเป็นเงินสดไม่ได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป 

ทุกวันที่ 18 ของเดือน 

  • เงินคืนค่าไฟฟ้า  ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
  • เงินคืนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน 
  • สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรฯ เป็นผู้ชำระเอง
  • สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้

ทุกวันที่ 22 ของเดือน 

  • เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน 
  • สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ
  • สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้

ที่มา thansettakij