
“เอ้วังโหนตุ…อัจจะในวันนี้ก็เป๋นวันดีสะหรีอันประเสริฐเป๋นวันมังคะละล้ำเลิศกว่าวันตังหลายระวิสังขานต์ปี๋เก่าก็ล่วงล้นป๊นไปแล้วปี๋ใหม่แก้วพญาวันก็ได้มาลุลอดจอดเถิง หมู่เฮาเจ้าข้าตังหลายก็บ่ได้ละเสียยังฮีตบ่ได้รีดเสียยังป๋าเวณีเก่ากองเดิม ได้ตั้งอกตั้งใจ๋เตียวดินมาหา บินเหิรฟ้ามาจอด ดำน้ำฮอดมาเถิงด้วยความกตัญญูฮู้บุญคุณ ฮักษาฮีตเก่ากองเดิม นำเอาน้ำสุกะตะคันโธขมิ้นส้มป่อยพร้อมตังของบริวารตังหลายมาสักการะบูชายังตั๋วผู้ข้า…..แม้นว่าปี๋เก่าที่ผ่านมาสูเจ้าตังหลายได้สะหลั้งปังป้าดเผลอไผล ด้วยวาจ๋า ด้วยใจ๋ ได้ขึ้นที่ต่ำได้ย่ำที่สูง ล่วงล้ำก้ำเกินด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งนั้นแหล้ะ ผู้ข้าก็จักอโหสิ ยกโทษหื้อสูเจ้าตังหลายได้หมดเสี้ยงโทษตังหลายเหล่านั้นตั้งแต่บัดนี้ยามนี้ ขอหื้อสูเจ้าตังหลายก้านกุ่งฮุ้งเฮืองไปไจ้ไจ้ กึ๊ดอันใดขอหื้อสมความมุ่งมาดผาดถะนานั้นจุ่งจักมีเที่ยงแต๊ดีหลี อายุวัฒโก๋ ธนวัฒโก๋ ศิริวัฒโก๋ วรรณะวัฒโก๋ พละวัฒโก๋ สุขะวัฒโก๋ ยศะวัฒโก๋ จวบเต๊าเท่าเข้าเถิงเนรปานจิ่มเต๊อะ…..”
คำอวยพรที่นำมาแสดงนี้เป็นแบบอย่างคำให้พรที่ผู้อาวุโสมักใช้กล่าวแก่ลูกหลานที่ไปดำหัว คือไปแสดงความคารวะในเทศกาลปาเวณีปีใหม่เมืองหรือในเทศกาลสงกรานต์ คำให้พรในช่วงนี้มักจะเป็นคำอวยพรที่ยอมรับกันว่าผ่านการเรียบเรียงแล้วว่ามีความครบถ้วน งดงามและไม่เยิ่นเย้อ
“เอวัง โหนตุ ดีและ อัชชะในวันนี้ก็เป็นวันดีสรีอันประเสริฐล้ำเลิศกว่าวันทังหลาย บัดนี้รวิสังกรานต์ปีเก่าก็ล่วงพ้น”